ตำรวจ PCT ภาค 5 รวบไม่หยุด “แก๊งกดเงินคอลเซ็นเตอร์” ลักลอบถอนเงินเหยื่อส่งต่อบอสจีนตัดวงจรฟอกเงิน ถูกจับยกชุดกลางเมืองเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 29 พ.ย 68 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5,พล.ต.ต.วรง์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.จิตรพิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมแก๊งกดเงินคอลเซ็นเตอร์” ลักลอบถอนเงินเหยื่อส่งต่อบอสจีนตัดวงจรฟอกเงิน ถูกจับยกชุดกลางเมืองเชียงใหม่ โดยจับกุมเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568

พล ต ต ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รอง ผบช 5 ซึ่งได้ลงไปสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเอง ได้เปิดเผยว่า ทาง ตำรวจ PCT P5 และ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.5 ได้ติดตามกลุ่มผู้ต้องสงสัย ก่อเหตุถอนเงินของผู้เสียหายให้กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชนหลบหนีมาก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
จนวันที่(28 พ.ย.68) ชุดสืบสวนได้ตืดตามกลุ่ม บุคคลดังกล่าวพบว่ามีการเคลื่อนตัวไปบริเวณตลาดมีโชค อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงได้เฝ้าติดตาม พบม้ากดเงิน 2 คน คนคุมม้า 3 คน รวม 5 คน ได้ทำการถอนเงินที่ธนาคารออมสิน สาขารวมโชค จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบว่าม้าเพิ่งถอนเงินสดออกมาได้ 290,000 บาท
ผู้ต้องหาประกอบด้วย น.ส.รัตติญา (ปิดนามสกุล), น. ส.ทิพวรรณ (ปิดนามสกุล) ,น.ส.นพรัตน์(ปิดนามสกุล) ,นางอาพร (ปิดนามสกุล) , นายธงชัย (ปิดนามสกุล) พร้อมของกลางที่ทำการตรวจยึด คือ เงินสดจำนวน 290,000 บาท,โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง,สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 2 บัญชี
นำตัวดำเนินคดี ความผิดฐาน คือ ผู้ต้องหาที่ 1-3 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจัดหา โฆษณา หรือไขข่าว เพื่อให้มีการซื้อขาย บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำไปใช้กระทำความผิดทางอาญา (ม.10) , ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ”
ผู้ต้องหาที่ 4-5 โดยกล่าวหาว่า “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง โดยมีพฤติการณ์ที่รู้ หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ม.9) , เป็นสมาชิกคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายผู้นั้นกระทำความผิดฐานอั้งยี่”
โดยผู้ต้องหาบางรายรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างถอนเงินผ่านบัญชีที่ผู้อื่นเปิดไว้ โดยมีผู้สั่งการผ่านแอปพลิเคชันสื่อสารและโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอ้างว่าเป็นเงินจากบริษัทที่หลีกเลี่ยงภาษี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากพฤติการณ์เข้าข่ายขบวนการคอลเซ็นเตอร์
หลังจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิทางกฎหมายก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง เพื่อขยายผลหาผู้อยู่เบื้องหลังต่อไป
นิวัตร ธาตุอินจันทร์ เชียงใหม่











