ผบก.ภ.จวนครปฐมได้มาตรวจเยี่ยมข้าราชการตํารวจ สภ.กำแพงแสน ที่ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร ช่วงเทศการปีใหม่ 2569

ผบก.ภ.จวนครปฐมได้มาตรวจเยี่ยมข้าราชการ
ตํารวจ สภ.กำแพงแสน ที่ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร ช่วงเทศการปีใหม่ 2569
พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
ผบก.ภ.จว.นครปฐม
พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ
รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม
พร้อมด้วย
ว่าที่ พ.ต.อ.สถาพร พาหา
ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวนฯ
พ.ต.อ.ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์
ผกก.สภ.กำแพงแสน
พ.ต.ท.ยศพงศ์ พันธุ
รอง ผกก.ป.สภ.กำแพงแสน
พ.ต.ท.อุทัย สุมาลัย
รอง ผกก.ป.สภ.บางเลน
พ.ต.ท.วีระพล ลิ้มวัฒนานิมิตกุล รอง ผกก.สอบสวน สภ.กำแพงแสน
พ.ต.ท.ไชยวัฒน์ ทองคงหาญ
สวป.สภ.กำแพงแสน
และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.นครปฐม

ได้มาตรวจเยี่ยมข้าราชการ
ตํารวจ สภ.กำแพงแสน ที่ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร โดยมอบสิ่งของให้แก่ ร.ต.ต.พิเชษฐ์ กลิ่นบุปผา รอง สวป.(ป.) สภ.กำแพงแสน เพื่อขอบคุณในการทำงานและเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

พร้อมกันนี้ได้ประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ที่มีบุคคลถ่ายทอดวีดีโอเผยแพร่ภาพในสื่อโซเชี่ยลมีเดียและแจ้งความดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ บริเวณจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร หน้า สภ.กำแพงแสน เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริง ตลอดจนกำหนดแนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง เป็นธรรมตามกฏหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
จากกรณีดังกล่าวมีข้อพิจารณาใน 2 ประเด็น คือ
- กรณีบุคคลดังกล่าวแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.กำแพงแสน ในข้อหา “ทำร้ายร่างกายและกระทำอนาจาร” ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบคำให้การและส่งตัวไปตรวจบาดแผลที่โรงพยาบาลกำแพงแสนเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
- กรณีบุคคลที่เข้ามารบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.กำแพงแสน ฝ่ายกฎหมายพิจารณาแล้วมีความเห็นว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดดังนี้
1.ข้อหา “แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวนซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเสียหายอันเป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ โดยรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น” ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 174 ประกอบมาตรา 172 และ 173 - ข้อหา “กระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ อันเป็นการกระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล ”ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397
3.ข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน โดยทุจริตหรือหลอกลวง” ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1)
โดยได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องดำเนินการ สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีอย่างรอบคอบ รวดเร็วและให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย
ณ สภ.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จว.นครปฐม














