ยะลานายอำเภอเบตงห้ามเจ้าหน้าที่รัฐเก็บหรือครอบครองบัตรประชาชนเพื่อแสวงประโยชน์การเลือกตั้ง


ยะลา -นายอำเภอเบตงห้ามเจ้าหน้าที่รัฐ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น เก็บหรือครอบครองบัตรประชาชนเพื่อแสวงประโยชน์การเลือกตั้ง ฝ่าฝืนดำเนินคดีโดยเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต ยุติธรรมและโปร่งใส


วันที่ 7 มกราคม 2569 ที่หอประชุมอำเภอเบตง จังหวัดยะลา นายอิสสะมาแอ ยาโกะ นายอำเภอเบตง / ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอเบตง เป็นประธานการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประจำเดือนมกราคม 2569 เพื่อชี้แจงนโยบายของรัฐบาล ข้อสั่งการจากกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง จังหวัดยะลา และภารกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านนำไปใช้ในการประชุมชี้แจงคณะกรรมการหมู่บ้าน และประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป โดยมีนายกิตติพณ เปรมรัชชนนท์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หน่วยกำลังในพื้นที่ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน และบัณฑิตอาสาฯ เข้าร่วม
นายอิสสะมาแอ ยาโกะ นายอำเภอเบตง กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดวันเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 และกำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ซึ่งทางกรมการปกครองได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองความสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการป้องกันพฤติการณ์นำบัตรประจำตัวประชาชนไปใช้ในทางมิชอบ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและบ่อนทำลายหลักประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง
นายอำเภอเบตง กล่าวอีกว่า บัตรประจำตัวประชาชนเป็นเอกสารราชการสำคัญ ใช้เป็นหลักฐานยืนยันตัวบุคคลในการใช้สิทธิและทำธุรกรรมตามกฎหมาย การนำไปเก็บ รวบรวม ยึดถือ หรือใช้แทนผู้อื่นไม่ว่ากรณีใด ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย เพื่อเป็นการป้องปรามการทุจริตและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ในสังกัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น ห้ามเรียกเก็บ รวบรวม ยึดถือ ครอบครอง หรือรับฝากบัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่น รวมถึงห้ามนำไปใช้สิทธิเลือกตั้งแทน หรือยินยอมให้ผู้อื่นนำบัตรของตนไปใช้ พร้อมทั้งให้ตรวจตรา เฝ้าระวังพฤติการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดในพื้นที่รับผิดชอบ หากพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้ง ให้ รายงานผู้บังคับบัญชาทันที และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสายและสื่อทุกช่องทาง เพื่อให้ประชาชนรับทราบถึงบทลงโทษตาม พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 อาทิ มาตรา 15 นำบัตรของผู้อื่นไปใช้ แสดงตนเป็นเจ้าของบัตร โทษจำคุก 6 เดือน–5 ปี ปรับ 10,000–100,000 บาท มาตรา 158 ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1–10 ปี หรือปรับ 20,000–200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ฝ่าฝืน เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของสิทธิเลือกตั้งและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบอบประชาธิปไตย สร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต ยุติธรรมและโปร่งใส
ข่าว..เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา โทร.064-126-5593

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *