กกท.พร้อมสานต่อความสำเร็จ ตั้งเป้าผลงานเอเชี่ยนเกมส์ไม่น้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา
จากผลงานในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และทัพนักกีฬาไทยสร้างผลงา,นยิ่งใหญ่ ครองเจ้าเหรียญทองเป็นสมัยที่ 14 ด้วยผลงาน 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน และ 113 เหรียญทองแดง พร้อมเตรียมต่อยอดสู่ความสำเร็จ สำหรับโปรแกรมการแข่งขันระดับนานาชาติ ตลอดปี 2569 ที่อัดแน่นด้วยมหกรรมกีฬาสำคัญ รอให้นักกีฬาไทยลงสนามพิสูจน์ฝีมืออีกครั้ง
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีแก่งประเทศไทย หรือ กกท.กล่าวแสดงความยินดีกับผลงานนักกีฬา เจ้าหน้าที่ และสมาคมกีฬาทุกแห่ง ที่ร่วมกันสร้างความสำเร็จในซีเกมส์ พร้อมย้ำปี 2569 ยังมีการแข่งขันรออยู่อีกหลายรายการ ซึ่ง กกท.พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมอย่างเต็มที่ เพื่อให้นักกีฬาไทยเดินหน้าพัฒนาศักยภาพและสร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง อาทิ อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่จังหวัดนครราชสีมา ต่อด้วย โอลิมปิกเกมส์ ฤดูหนาว ครั้งที่ 25 ที่เมืองมิลาน-คอร์ติน่า ประเทศอิตาลี รวมถึง เอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 ที่ซานย่า ประเทศจีน ก่อนจะเข้าสู่รายการเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569 นอกจากนี้ยังมี เอเชียนพาราเกมส์ ที่ญี่ปุ่น, ยูธโอลิมปิกเกมส์ ที่ดาการ์ ประเทศเซเนกัล และ เอเชียนอินดอร์และมาเชียลอาร์ตเกมส์ ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย
สำหรับเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของทัพนักกีฬาไทย โดยจะเตรียมนักกีฬาชุดใหญ่เข้าร่วมแข่งขันอย่างเต็มที่ เพื่อสานต่อความสำเร็จจากซีเกมส์ และใช้เป็นเวทีปูทางสู่โอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ต่อไป
สำหรับแผนการเตรียมทีมคาดว่าจะมีการเก็บตัวราว 6 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละสมาคมกีฬา โดยจะเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ พร้อมนำวิทยาศาสตร์การกีฬา โภชนาการ และจิตวิทยา เข้ามาเสริมความพร้อมอย่างรอบด้าน ส่วนเป้าหมายในเอเชียนเกมส์ ที่ญี่ปุ่น หวังคว้าเหรียญทองไม่ต่ำกว่าครั้งก่อนที่หางโจว ซึ่งทำได้ 12 เหรียญทอง 14 เหรียญเงิน และ 32 เหรียญทองแดง เพื่อแสดงศักยภาพของกีฬาไทยบนเวทีเอเชียอย่างต่อเนื่อง











