พบจุดความร้อนเพิ่มต่อเนื่อง

พบจุดความร้อนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทางจังหวัดประกาศห้ามเผาเด็ดขาดตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป คาดปีนี้สถานการณ์ไฟป่าอาจจะหนักกว่าเดิมเนื่องจากสภาพอากาศที่คาดว่าจะร้อนจัดมากกว่าทุกปี วัดฝีมือการแก้ไขปัญหาไฟป่าของภาครัฐ

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 จังหวัดแม่ฮ่องสอน สรุปสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละออง ในพื้นที่ ประจำวันที่ 8 มกราคม 2569 1.จุดความร้อนประจำวันที่ 7 มกราคม 2569 (เมื่อวานนี้) จำนวน 7 จุด 2.จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 8 มกราคม 2569 จำนวน 21 จุด สูงสุดที่อำเภอแม่ลาน้อย จำนวน 8 จุด โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 16 จุด 3.คุณภาพอากาศประจำวันที่ 8 มกราคม 2569 3.1 ค่า PM2.5 สถานีอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เท่ากับ 6.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก (ค่ามาตรฐานเกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) 3.2 ค่า PM2.5 สถานีอำเภอแม่สะเรียง เท่ากับ 16.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดี (ค่ามาตรฐานเกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) 3.3 ค่า PM2.5 สถานีอำเภอปาย เท่ากับ 19.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดี (ค่ามาตรฐานเกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

ทางด้าน กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ออกประกาศ เรื่อง ห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 30 เมษายน 2569 ประกาศ ณ วันที่ 6 มกราคม 2569 โดยทางจังหวัดหวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาไฟป่าและควบคุมการลอบเผาป่าได้ โดยจะมีมาตรการหลากหลายในการแก้ไขปัญหา ซึ่งส่วนใหญ่เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา

แหล่งข่าวอดีตข้าราชการในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบุว่า ปัญหาไฟป่าในแม่ฮ่องสอน ในทุกปีที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหา เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่ค่อยเข้าใจลึกซึ้งถึง สภาพท้องถิ่นและความยากจนของประชาชนในพื้นที่ ทุกฝ่ายมองว่าหากสั่งห้ามเผาป่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่ข้อเท็จจริง ไฟป่าเกิดทุกปี การแก้ไขปัญหามีการเพิ่มงบประมาณมากขึ้นทุกปี แต่ไม่สามารถทำให้ไฟป่าลดลงได้แต่อย่างใด ประเด็นไฟป่าหลักใหญ่คือการเผาป่าเพื่อเก็บหาของป่าในห้วงต้นฤดูฝน ซึ่งจะมีเห็ดป่านานาชนิด โดยเฉพาะเห็ดเผาะ และเห็ดระโงก ซึ่งมีราคาแพงเมื่อออกสู่ตลาดและส่งผลให้ราษฎรยากจนมีรายได้มากมายกว่าทุกฤดู การห้ามเผาป่าโดยเฉพาะจุดที่เป็นพื้นที่เก็บหาของป่า จึงไม่บรรลุผล และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อการห้ามเผา ทำให้พื้นที่เก็บหาของป่า เต็มไปด้วยเชื้อเพลิงจากเศษใบไม้ที่ทับถมมาครบ 1 ปี และสุดท้ายจะมีการลอบเผา ทำให้ควันไฟป่าหนาแน่นและส่งผลต่อค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สูงเกินค่ามาตรฐานและกระทบต่อประชาชนโดยทั่วไป
——————————————-
นายทศพล บุญพัฒน์ / แม่ฮ่องสอน / 0850309987

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *