วรวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.คนเดียวที่มีเวทีปราศรัยแนะนำนโยบายพรรค

จากการติดตามสถานการณ์การหาเสียงเลือกตั้งของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งได้มีการแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 4 เขตเลือกตั้งมีผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่าง ๆ

ลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างคึกคัก สำหรับที่พบมากและคล้าย ๆ กันก็จะเป็นการหาเสียงในแบบเดิมคือการเดินหาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน รวมทั้งการขี้นป้ายแนะนำตัวเอง หมายเลขประจำตัวผู้สมัคร แนะนำพรรคที่สังกัด รถแห่ที่วิ่งออกประชาสัมพันธ์ตามชุมชน สำหรับในการเลือกตั้งครั้งนี้ที่แปลใหม่และนิยมกันมากก็คือการลงแนะนำตัวเอง การลงพื้นที่ ทางสื่อโซเซีลยสมัยใหม่ในทุกช่องทาง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการหาเสียงกับเยาวชนคนรุ่นใหม่และยังพบว่ามีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมัคร ส.ส. เพียงคนเดียว ซึ่งใช้วิธีการหาเสียงแบบขึ้นเวทีปราศรัยพบกับประชาชนด้วยการแนะนำตัวเองและแนะนำนโยบายของพรรคที่สังกัดที่มีประชาชนมานั่งฟังนับพันคน
สำหรับผู้ที่จัดกิจกรรมพบกับประชาชนด้วยการขึ้นเวทีปราศรัยคือผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 4 นายวรวงศ์ วรปัญญา ผู้สมัตรหมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.ในสมัยที่ผ่านมาเป็นสมัยแรกและยังเป็นทายาทของอดีต ส.ส.หลายคนในตระกูล วรปัญญา โดยเฉพาะผู้ที่บุกเบิกให้กับวงศ์ตระกูลคือ นายนิยม วรปัญญา ส.ส.หลายสมัยที่ได้รับฉายาว่าเป็นจอมกระทู้ของสภาผู้แทนราษฎรที่ล่วงลับไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีเครือญาติที่ได้รับความไว้ว่างใจไปนั่งในสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภามาแล้วอีกหลายคน
ซึ่ง นายวรวงศ์ ได้ใช้การหาเสียงบนเวทีปราศรัยตอบปัญหากับประชาชนนับพันคนที่มานั่งฟังการอนะนำตัวเอง รวมทั้งการนำนโยบายของพรรคเพื่อไทยมาบอกกับประชาชนและอธิบายในแต่ละเรื่องอย่างชัดเจน พร้อมกับตอบข้อสงสัยให้กับประชาชนได้เข้าใจและรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยรับปากว่าถ้าพรรคที่ตนเองสังกัดสามารถผ่านเข้าไปผู้ผู้นำในการบริหารประเทศก็จะนำปัญหา นำความเดือดร้อนไปหาทางช่วยเหลือตามขั้นตอนทางสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีในการขึ้นเวทีปราศรัยทุกครั้ง ทั้งนี้นับว่าเป็นคนหนุ่มไฟแรงทางการเมืองคนหนึ่งในวัย 30 ปีเท่านั้ จากในสมัยที่ผ่านมาก็เข้าไปเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นคณะกรรมาธิการ
สำหรับนโยบายของพรรคที่สร้างความประทับใจประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในวัยต่าง ๆ นั้นก็จะเป็นนโยบายที่ใกล้ตัว ทั้งในเรื่องของนโยบายการแก้ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นในเรื่องค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการผลิตสินค้าที่ทำให้มีราคาสูงขึ้นและส่งผลกระทบกับประชาชน รวมทั้งในเรื่องของการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะภัยแล้งหรือน้ำท่วม ราคาสินค้าทางการเกษตรที่ทำให้ผลผลิตมีราคาตกต่ำ ต้นทุนการผลิตก็สูงขึ้น ค่ารักษาพยาบาล 30 บาทที่จะสามารถใช้ได้กับสถานพยาบาลทุกแห่งและใช้ได้กับคลิกนิคด้วย
ภาพข่าวโดย…กฤษณพงศ์ อยู่รอด ลพบุรี(089-8013247)
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *