ลพบุรี หญิงไทยถูกหลอกเปิดบัญชีม้าที่เขมรรอกลับมาเปิดเผยกับตำรวจ

สาวไทยที่ถูกหลอกไปทำงานที่ประเทศกัมพูชาสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย หลังจากบัญชีที่เปิดตายหมดค่าปล่อยเข้าป่าเดินข้ามแดนมาไทยได้เปิดเผยกับตำรวจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยเมื่อเช้าวันนี้(10.00น.) นางสาวอมร นามสมมุติ ที่ถูกหลอกไปทำงานในประเทศกัมพูชาแล้วกลับออกมาได้ ซึ่งได้เข้าพบกับ พันตำรวจเอก ประวิทย์ ยงยุทธ ผู้กำกับการสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี และผู้ควบคุมศูนย์รับแจ้งความอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี อำเภอเมืองลพบุรี หลังจากที่ก่อนเดินทางไปประเทศกัมพูชาได้ไปเปิดบัญชีม้าจำนวน 2 บัญชีแล้วมีผู้ว่าจ้างให้ไปทำงานที่ประเทศกัมพูชาด้วยค่าจ้าง 18,000 บาท โดยมีผู้เสียหายมาแจ้งความว่าถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีดังกล่าว หลังจากที่เดินทางกลับมาถึงประเทสไทยได้มีหมายเรียกไปที่บ้านให้มาพบกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เดินทางมารายงานตัวดังกล่าว
พร้อมกับได้เปิดเผยถึงความเป็นมากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องที่เกิดขึ้นดังกล่าว โดยได้เปิดเผยว่าจนเองมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จังหวัดขอนแก่น จบการศึกษาชั้น ปวส.สาขาการบัญชี ซึ่งได้มีผู้ติดต่อรับสมัครงานให้ไปทำงานที่ประเทศกัมพูชาด้วยค่าจ้าง 18,000 บาทแต่ต้องเปิดบัญชีธนาคาร 2 บัญชี ทางตนจึงได้ประสานไปยังผู้ที่ติดต่อมาดังกล่าวและมีรถมารับตนเองไปส่งไว้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งพบว่ามีผู้ที่หลงเชื่ออยู่ที่รีสอร์ตเดียวกับตนในหลังอื่น ๆ อีกหลายคนอละมีผู้มารับตน 2 คนไปที่ชายแดน จากนั้นพาเดินข้ามๆไปยังฝั่งกัมพูชาในช่องทางป่าธรรมชาติกับเพื่อนร่วมทางอีก 5 คน ขณะที่กำลังเดินข้ามไปนั้นได้มีทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงไล่หลังคนนำทางได้วิ่งหลบหนีไปทิ้งให้ตนกับเพื่อนอีก 4 คนถูกทหารจับกุมตัวได้ จากนั้นได้พาไปส่งให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาจนได้ยินว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อให้นายจ้างมาถ่ายตัวพวกตน โดยได้มีการนัดหมายนำพวกตนไปส่งมอบให้ในอีกพื้นที่หนึ่งแนวชายแดนประเทศไทย
หลังจากนั้นตนได้ไปทำงานให้นายจ้างดังกล่าวและไม่ได้ค่าตอบแทนถูกขังกับเพื่อนคนไทยอีกหลายคน จนในเวลาต่อมาได้มีการยิงถล่มอาคารกันที่แนวชายแดนนายจ้างได้ขนเครื่องคอมพิวเตอร์หลบหนี แต่ขังพวกตนไว้ในห้องของอาคารดังกล่าวก่อนที่จะนำรถตู้มารับไปส่งที่อีกอาคารหนึ่งที่เมืองปอยเปรต โดยต้องไปสแกรนใบหน้าเปิดบัญชีเพิ่มและโอนเงินจากบัญชีของตนที่เปิดไว้แล้วมีผู้โอนเงินเข้ามาไปยังบัญชีนายจ้างที่มีการเปลี่ยนเป็นสกุลเงินอื่น ทั้งนี้พบว่าคนไทยบางรายมีเงินโอนเข้าไปหลายสิบล้านบาทพอรวมได้ครบทุก 500 ล้านบาทจะมัเสียงแสดงความยินดีของผู้ที่ควบคุมตน ซึ่งแต่ละวันพบว่าจะมีเงินที่โอนเข้ามายังบัญชีต่าง ๆ ของกลุ่มนี้หลายพันล้านบาท หากใครคิดจะหลบหนีหรือขัดขืนก็จะถูกทำร้ายนำตัวออกไปทรมานบางคนออกไปก็ไม่ได้กลับมา จนในเวลาต่อมาพะบว่าบัญชีของตนถูกอายัดหรือเป็นบัญชีตายทำให้หมดประโยชน์ก็จะส่งตนกลับ โดยได้พาตนมาทิ้งไว้ที่ริมป่าอ้อยตอนเช้ามืดแล้วบอกให้เดินไปเรื่อย ๆ ก็จะพบทางออกเอง ซึ่งก็เดินมาถึงแนวชายแดนมาพบกับทหารไทยและถูกจับตัวแจ้งข้อหาหลบหนีเข้าเมือง หลังจากจ่ายค่าปรับส่งกลับบ้านก็เจอหมายเรียกจำนวนมากดังกล่าว จึงขอฝากเตือนผู้ที่จะหลงผิดว่าการจ้างงานแบบที่ตนเจอไม่เป็นความจริงผู้ที่ถูกหลอกไปก็อาจจะไม่โชคดีอย่างตนและพบว่ามีคนไทยอีกจำนวนมากที่ยังถูกควบคุมอยู่
ภาพข่าวโดย กฤษณพงศ์ อยู่รอด ลพบุรี(089-8013247)











