บทเรียน ‘ราคาแพง’ ปั๊มน้ำมัน 11 จุด เหยื่อไฟใต้ ธุรกิจเสียหายวงกว้าง ตอกย้ำ ‘การข่าว’ ต้องแม่นยำ ด้าน ‘อนุทิน’ กำชับฝ่ายความมั่นคงเดินหน้าตามข้อสั่งการ 4 ข้อ

เร่งเยียวยาผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด และให้ความเป็นธรรม, หาทางเลือกอื่นรองรับ เช่น พื้นที่ค้าขายชั่วคราว, ดูแลสิทธิสวัสดิการนอกเหนือจากเงินเยียวยา และเพิ่มขีดความสามารถงาน ‘การข่าว’ ในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ
ข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย (มท.1) ถึงฝ่ายความมั่นคง โดยกำชับไปยังกองทัพภาคที่ 4 และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เร่งแก้ไขสถานการณ์และจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ส่วนการข่าวที่ระบุชัดเจน ให้เพิ่มขีดความสามารถให้มีประสิทธิภาพ อีกทั้งการช่วยเหลือประชาชนต้องรวดเร็วและเป็นธรรม  


ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สำรวจความเสียหาย ผู้ประกอบการ 11 รายคือ สถานีบริการนํ้ามัน 11 แห่ง, ร้านอาหารร้านค้า 4 แห่ง, ร้านสะดวกซื้อ 6 แห่ง, ร้านกาแฟ 1 แห่ง, อาคารสํานักงาน 2 แห่ง, รถบรรทุกนํ้ามัน 2 คัน และรดบดอัดถนน 1 คัน ทรัพย์สินเสียหาย 4 รายคือ รถยนต์ 2 คัน, รถจักยานยนต์ 1 คัน, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง มีผู้บาดเจ็บ 9 ราย
หน่วยความมั่นคง จชต.ที่ผ่านมา ‘การข่าว’ ถือว่าดี ถึงแม้จะรับมือทันบ้างไม่ทันบ้าง แต่ไม่เคย ‘พลาด’ เหมือนครั้งนี้ หลายเหตุการณ์ใหญ่ๆที่เกิดขึ้น ยากที่จะตามล่าหาตัวเจอ เพราะขึ้นเขาข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านแล้ว
กล้องวงจรปิดบันทึกภาพกลุ่มคนร้าย คือกุญแจสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปถึงผู้ร่วมปฏิบัติการ ถึงจะรู้ตัวบุคคลที่ขึ้นเขาข้ามไปประเทศเพื่อนบ้าน แต่ให้ความร่วมมือหรือไม่ ส่วนจะเป็นกลุ่มหน้าใหม่ที่ถูกสั่งทดลองงานมีความเป็นไปได้สูง สำหรับแกนนำมีประวัติคดีความมั่นคง ได้แก่ นายอับดุลเลาะ บูละ, นายอารง ดือราโพ ที่เชื่อมโยงหลายคดีสำคัญ ประเทศเพื่อนบ้านคือที่กบดาน ฝ่ายความมั่นคง คงต้องเร่งรีบสะสางคดีสำคัญโดยเฉพาะเหตุการณ์ครั้งนี้ อย่าให้ความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง ติดอยู่ในใจของผู้ได้รับผลกระทบจนต้องตัดสินใจย้ายถิ่นฐาน.

นราธิวาส – สกู๊ประเบิดปั๊มน้ำมัน
สัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *