ชาวบ้านตำบลบ้านกร่างตื่นตา หลังพบเป็ดหน้าผากขาวใหญ่ จากกรีนแลนด์ บาดเจ็บช่วยกันดูแลนานกว่า 1 สัปดาห์ จนสามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ บึงแม่ระหัน

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกร่าง จังหวัดพิษณุโลก ได้ร่วมกับชาวบ้าน และวัดพญายมราช ดูแลห่านหน้าผากขาวใหญ่ ซึ่งได้รับบาดเจ็บและดูแลรักษา ก่อนจะทำพิธีปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งเป็นบึงแม่ระหัน ซึ่งห่านหน้าผากขาวถือเป็นสัตว์ที่หาดูได้ยากและไม่เคยมาอยู่ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกมาก่อน

นายณัฐวุฒิ ม่วงเย็น นิติกรชำนาญการองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกร่าง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29-30 ธันวาคม 68 มีชาวบ้านแจ้งว่าพบเป็ด แปลกๆตัวหนึ่งเข้ามาอยู่ในฝูงเป็ดของตัวเอง พอเห็นว่าไม่ใช่เป็ดทั่วไปจึงจับตัวไปมอบให้เจ้าอาวาสวัดพญายมราชดูแล เพราะ มีอาการยาดเจ็บที่บริเวณเท้าที่พบร่องรอยบาดแผลที่เกิดจากลวด เจ้าอาวาสจึงประสานมาที่ อบต.บ้านกร่าง ตนเองจึงไปตรวจสอบ จึงทราบว่าเป็น ห่านหน้าผากขาวใหญ่ สถานภาพเป็นนกอพยพหายาก ซึ่งรายงานล่าสุด เมื่อปี 2568 เราพบ 6 ตัวที่บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ แต่ในครั้งนี้พบว่าพื้นที่บ้านกร่าง อำเภอเมือง พิษณุโลก เราพบเพียงตัวเดียว เบื้องต้นได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ร่วมรักษาห่าน ให้หายดีก่อน โดยใช้เวลากว่า 1 สัปดาห์ โดยให้อาหาร สัตว์ปีกทั่วไปคือข้าวเปลือก รำ เป็นต้น เมื่อห่านหน้าผากขาวใหญ่หายดี จึงได้เชิญผู้บริหาร อบต.บ้านกร่าง นำโดย ร้อยตำรวจเอกเอกธนัช เจริญสุข. นายก อบต.บ้านกร่าง พร้อมกับ เจ้าอาวาสวัดพญายมราช ที่นำผ่านมารักษา และนักเรียนจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแม่ระหัน ตำบลบ้านกร่าง เพื่อจัดกิจกรรมปล่อยห่านหน้าผากขาวใหญ่ ซึ่งเป็นกิจกรรมเล็กๆ แต่ก็สร้างความสุชให้กับเด็กๆ อย่างมาก เนื่องจากเป็นห่านหายากในประเทศไทย
สำหรับในวันที่ คือ วันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ทำการปล่อยห่านหน้าผากขาวใหญ่ ซึ่งแรกๆ เขาก็บินไปและออกหากินในบึงแม่ระหัน ซึ่งเป็นบึงน้ำใหญ่ธรรมชาติ ทำให้ห่านหน้าผากขาวใหญ่ ปรับสภาพตามธรรมชาติ จากนั้น มีการติดตามต่ออีก 2 วัน จนเข้าใจว่าห่านน่าจะบินไปแล้ว
สำหรับห่านหน้าผากขาวใหญ่ [Greater White-fronted Goose] เป็นห่านขนาดกลาง มีความยาวลำตัว 64-81 ซม. มีช่วงปีกกว้าง 130-165 ซม. และน้ำหนักระหว่าง 1.93-3.31 กก. เมื่อโตเต็มวัยขาจะมีสีสันสดใส ขนปีกด้านบนมีสีเทาอมน้ำตาล สีปากจะแตกต่างกันไปตั้งแต่สีส้มไปจนถึงสีชมพู และตัวผู้มักมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย โดยทั้งสองเพศมีลักษณะภายนอกคล้ายกัน คือมีขนสีเทาน้ำตาล โดยหน้าอกมีสีเทาอ่อนพร้อมแต้มจุดหรือแถบสีดำถึงน้ำตาลเข้ม นอกจากนี้ ทั้งตัวผู้และตัวเมียยังมีปากสีชมพู ขาและเท้าสีส้ม ห่านชนิดนี้ผสมพันธุ์ในพื้นที่ทุนดราและไทกา ในช่วงฤดูอพยพจะพบในทุ่งนา พื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่ชุ่มน้ำ มักพบเป็นฝูงหรือบางครั้งอาจอยู่ปะปนกับห่านชนิดอื่น พบการกระจายพันธุ์ทางทวีปอเมริกาเหนือและทวีปยุโรป โดยมีสถานภาพการอนุรักษ์ IUCN Red list คือ LC (Least Concern)
ในรายงานพบว่าในประเทศไทย พบมากที่ จ.นครสวรรค์ จำนวน 6 ตัว และล่าสุด ที่ ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก พบ 1 ตัว อาจเป็นบินหากินหลงฝูงของตัวเอง ทำให้ชาวบ้านที่ทราบต่างตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก และดำเนินการช่วยเหลือพร้อมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติดังกล่าว และคาดว่าจะบินกลับสู่ฝูงตนเองในที่สุด











