รวบได้แล้วลูกค้าย่องงัดแผงพระ 4 ครั้งลักพระพุทธรูปรวมมูลค่า 3 แสนไปขาย 4 พัน

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 18 มกราคม ที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ. พ.ต.ต.บรรเทิง ทัพโยธา สว.ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายมงคล คุ้มสมุทร หรือแจ็ค อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/2 หมู่ 6 ต.หนองแก อ.เมือง จ.อุทัยธานี ในข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” พร้อมของกลาง พระพุทธรูป 5 องค์ รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า ซูมเมอร์เอ็กซ์ สีแดงดำ ทะเบียน 1กอ 936 อุดรธานี กระเป๋าเป้ เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ จับกุมได้ที่ห้องพักหมายเลข 8 หอพักมีชื่อแห่งหนึ่ง ในซอยบุตรสมบัติ ถนนนิตโย เขตเทศบาลนครอุดรธานี

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก วันที่ 8 มกราคม 2569 พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกไปสืบสวนเหตุลักทรัพย์ ที่แผงพระลักขิต ถนนเทพารักษ์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี พบเป็นห้องเช่าชั้นเดียว 2 ห้อง มุงและกั้นด้วยเมทัลชีส พบนายอิสระ พุก อายุ 57 ปี ชาว ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี ให้การว่า เปิดและปิดร้านเวลา 06.00-16.00 น.ทุกวัน หลังปิดร้านคนร้ายมุดช่องว่างบริเวณหลังร้าน เข้ามาลักพระพุทธรูปหลวงพ่อพระสุข ทองเหลือง หน้าตักกว้าง 9 นิ้ว ราคา 18,500 บาท หลบหนีไป โดยเวลา 19.00-20.00 น. วันที่ 7 มกราคม กล้องวงจรปิดในร้านโดนถอดปลั๊ก

นายอิสระ คาดว่าจะเป็นโจรคนเดียวกันที่เข้ามาก่อเหตุเมื่อวันที่ 2 ม.ค.ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายได้ เป็นชายวัยรุ่น สวมเสื้อคลุมมีฮูด เข้ามาในร้านและขโมยพระพุทธรูปไป 5 องค์ และขณะที่ตำรวจกำลังสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ คนร้ายก็ยังย้อนกลับมาก่อเหตุอีก 2 ครั้ง คือวันที่ 10 ม.ค.ไม่ได้ทรัพย์สินไป เพราะเจ้าของร้านได้ปิดช่องทางหลังร้าน และอ๊อกเชื่อมสายูล็อคกุญแจประตูหน้าร้านใหม่ ทำให้เข้าทางหน้าร้านไม่ได้ และวันที่ 16 ม.ค.เวลา 04.00 น. ได้เปิดหลังคาร้านเข้าไปลักพระพุทธรูป 5 องค์ รวมมูลค่าเสียหายประมาณ 3 แสนบาท โดยกล้องวงจรส่งสัญญาณเตือนภัย มีโจรเข้ามา ทำให้ตกใจรีบหนีออกไปผลักกล้องวงจรปิดลง ซึ่งตำรวจได้สืบสวนตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี และจับกุมนายแจ็คได้พร้อมของกลาง

จากการสอบสวนนายมงคล คุ้มสมุทร หรือแจ็ค ให้การรับสารภาพว่า ตนก่อเหตุลักพระพุทธรูปและพระเครื่องในแผงพระจริง โดยตนเป็นชาวอุทัยธานี หลังพ่อแม่แยกทางกัน ตนก็ได้เดินทางเข้าไปทำงานที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 14-21 ปี เมื่อปลายปี 68 ตนได้เดินทางมาหาญาติที่ อ.เมืองอุดรธานี และได้สมัครทำงานที่ร้านแหนมเนือง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้แผงพระ และตนก็เคยเข้ามาเช่าพระไปปล่อยเอากำไร แต่ไม่นานตนก็ลาออกจากร้านแหนมเนือง ไปเป็นเชลขายสินค้า ไม่นานก็ลาออกอีก ทำให้ตนไม่มีเงินค่าห้องเช่า จึงตัดสินใจเข้ามาขโมยพระในร้านนี้ เพื่อนำไปปล่อย

 “ครั้งแรกได้พระพุทธรูป 5 องค์ นำไปปล่อยได้เงิน 3000 บาท ครั้งที่ 2 ได้พระพุทธรูป 1 องค์นำไปปล่อยได้เงิน  1,200 บาท ครั้งที่ 3 เข้าร้านไม่ได้ ครั้งที่ 4 ตนงัดหลังคาเปิดเข้าไป ได้พระพุทธรูป 5 องค์ ยังไม่ได้ไปปล่อย  เพราะเห็นข่าวออก กลัวจะโดนจับ จึงนำพระไปทิ้งในป่าละเมาะข้างหอพัก แต่ก็มาตำรวจจับกุมได้ จึงนำไปยึดพระพุทธรูปของกลาง พระพุทธรูปที่ขโมยมาก็นำไปปล่อยตามแผงพระ ด้วยเพราะไม่มีความรู้เรื่องพระ จึงปล่อยไปในราคาถูก เงินที่ได้ก็นำไปจ่ายค่าเช่าห้องและนำไปใช้จ่าย ไม่เสพยา ตนทำไปเพราะความจำเป็น”

หลังทราบนายอิสระ ข่าวว่าจับคนร้ายได้แล้วก็ได้เดินทางมที่ สภ.เมืองอุดรฯ เพื่อมาดูหน้าคนร้าย ซึ่งนายแจ็คได้ไหว้ขอโทษนายอิสระ ซึ่งนายอิสระกล่าวว่า นายแจ็คคนร้ายเป็นลูกค้า มาเช่าพระที่ร้านไปปล่อยเอากำไร แต่ระยะหลังไม่เห็นมาเช่าพระ ซึ่งตนรู้สึกสงสาร ไม่อยากเอาเรื่องหรือดำเนินคดี แม้ว่าจะโดนขโมยพระพุทธรูปไปหลายองค์รวมมูลค่าเสียหายประมาณ 3 แสนบาท แต่ก็ได้พระพุทธรูปกลับมาบางส่วน ตนรู้สึกสงสาร ไม่อยากตัดอนาคต ตนให้อภัยแต่ก็ให้เป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งตนก็ได้แจ้งไปยังแผงพระที่รับซื้อไปให้นำมาคืน ตนจะไม่ดำเนินคดี”

จากนั้นทาง จนท.ตำรวจจึงควบคุมตัวนายมงคล คุ้มสมุทร ไปที่แผงพระที่เกิดเหตุ เพื่อชี้จุดทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพ พร้อมกับนำพระไปคืนผู้เสียหาย โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดี ตามกฎหมาย ต่อไป

//////////////////////

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *