กระบี่ตรวจเข้มคุ้มครองแรงงานเรือประมง 3 สัญชาติป้องกันการค้ามนุษย์แรงงานเถื่อนไม่พบกระทำผิดเขมรบอกเพื่อนกลับประเทศเขาสนใจการเมืองส่วนตนต้องการค่าแรงเลี้ยงครอบครัวไม่เคยโกรธไทย


เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 07.500 นาฬิกา ที่ท่าเทียบเรือศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลจังหวัดกระบี่ ถนนท่าเรือ หมู่ที่ 7 บ้านคลองหิน ตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายสุวิทย์ สุริยะวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกระบี่ หรือ กอ.รมน. และรองผู้อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดกระบี่ หรือ ศรชล เป็นประธานปล่อยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดคณะทำงานศูนย์บริหารจัดการแรงงงานประมงจังหวัดกระบี่ และชุดคณะทำงานรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดกระบี่

โดยมอบหมายให้นายอัตธาภรณ์ ประทีป ณ ถลาง หัวหน้าสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดกระบี่ เป็นหัวหน้าชุดลงเรือตรวจการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเล 606 ออกแผนบูรณาการป้องกันป้องปรามและปราบปรามตรวจตราให้ความคุ้มครองแรงงงานต่างด้าว 3 สัญชาติได้แก่ สัญชาติเมียนมา สัญชาติเขมร และสัญชาติลาว อย่างเข้มข้น
ได้เน้นการตรวจใบอนุญาตการใช้เรือประมงพาณิชย์ ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ทะเบียนเรือ สัญญาจ้างแรงงงานต่างด้าว หนังสือประจำเรือ ตราเครื่องมือทำการประมงถูกต้องตามที่ได้ขออนุญาตหรือไม่ ทั้งการควบคุมจำนวนแรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยถูกกฎหมาย ให้เป็นไปตามจำนวนของประชากรที่ประกอบอาชีพ และการใช้แรงงงานประมงพาณิชย์ตามที่ได้แจ้งไว้กับทางราชการ นอกจากนี้ยังเน้นการปราบปรามจับกุมการลักลอบนำแรงงงานต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรทางทะเล หรือแรงงานเถื่อนอย่างผิดกฎหมาย การเข้าทำงานของแรงงานต่างด้าวอย่างผิดกฎหมาย ตามมาตรการป้องกันป้องปรามและปราบปรามการใช้แรงงงานเด็ก การกระทำความผิดพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กฎหมายการทำประมง การลักลอบจับสัตว์น้ำในเขตหวงห้ามเป็นต้น รวมถึงการลักลอบขนยาเสพติดทางทะเล
ในพื้นที่น่านน้ำอันดามันเขตรับผิดชอบ 16 ตำบล 5 อำเภอของจังหวัดกระบี่ ในท้องที่ตำบลอ่าวนาง ตำบลหนองทะเล ตำบลเขาทอง อำเภอเมืองกระบี่ ตำบลอ่าวลึกน้อย ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก ตำบลเหนือคลอง ตำบลตลิ่งชัน ตำบลคลองขนาน ตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง ตำบลคลองท่อมใต้ ตำบลคลองพน ตำบลทรายขาว อำเภอคลองท่อม ตำบลคลองยาง ตำบลศาลาด่าน ตำบลเกาะลันตาน้อย ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งจังหวัดกระบี่มีเรือประมงพาณิชย์ 117 ลำ เป็นเรืออวนล้อม 21 ลำ เรือกะตะ 7 ลำ เรือปั่นไฟ 59 ลำ เรือครอบหมึก 11 ลำ เรือคราดหอย 7 ลำ และเป็นเรืออื่นๆอีก 17 ลำ โดยใช้วิธีการซุ่มตรวจเรือประมงพาณิชย์ประเภทเรืออวนล้อม หรือเรืออวนดำ จำนวน 6 ลำ
โดยนายอัตธาภรณ์ ประทีป ณ ถลาง หัวหน้าสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จากการตรวจเรือประมงพาณิชย์ในน่านน้ำจังหวัดกระบี่ครั้งนี้ ใช้วิธีการซุ่มตรวจเรือประมงพาณิชย์ ประกอบด้วยเรือ ป.โชคสมเกียรติ มีแรงงานไทย 25 คน จับสัตว์น้ำได้ 500 กิโลกระม เรือ ว. โชคกมลทิพย์ มีแรงงานไทย 24 คน จับสัตว์น้ำได้ 400 กิโลกรัม เรือ ส. เพชรสมุทร 11 มีแรงงานไทย 24 คน จับสัตว์น้ำได้ 1,700 กิโลกรัม เรือยุทธนาวีนำทรัพย์ 11 มีแรงงานไทย 7 คน แรงงานพม่า 21 คน จับสัตว์น้ำได้ 1,400 กิโลกรัม เรือศรีมงคลชัย 2 มีแรงงานไทย 8 คน แรงงานพม่า 21 คน จับสัตว์น้ำได้ 2,000 กิโลกรัม และเรือ ก.สินสมุทรนำโชค 99 มีแรงงานไทย 3 คน แรงงานพม่า 7 คน แรงงานเขมร 28 คน จับสัตว์น้ำได้ 5,000 กิโลกรัม ซึ่งสัตว์น้ำส่วนใหญ่เป็นปลาขนาดกลางราคาไม่ค่อยจะดี ส่วนสัตว์น้ำตัวใหญ่จับไม่ได้เลย เนื่องจากท้องทะเลมีคลื่นลมแรง ประกอบกับแมงกะพรุนขึ้นลอยเต็มท้องทะเล จึงทำให้ปลาไม่กล้าเข้ามายังแสงไฟที่เปิดล่อในล้อมจับสัตว์น้ำ
นายอัตธาภรณ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ไม่พบการกระทำความผิดแต่อย่างใด ซึ่งผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์ทุกลำให้ความร่วมมือ และให้ความสำคัญทั้งได้ตระหนักถึงกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด ซึ่งจังหวัดกระบี่มีแรงงานชาวต่างด้าวเข้ามารับจ้างทำอาชีพด้านการประมง แยกเป็นแรงงานเมียนมา 140 คน แรงงานเขมร จาก 100 คน เหลือ 30 คน เนื่องจากเกิดได้เดินทางกลับประเทศบ้านเกิด ส่วนแรงงานเขมรที่ยังทำงานในพื้นที่จังหวัดกระบี่ บอกว่าเขาไม่สนใจเรื่องการเมืองของประเทศ และค่าแรงได้น้อยไม่พอจ่ายในครัวเรือน เมื่อทำงานในประเทศไทย มีค่าแรงดีกว่าเยอะสามารถส่งไปให้ครอบครัวได้ใช้จ่านกันอย่างทั่วถึง ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยต้องการอย่างเดียวคือค่าแรงเท่านั้น ส่วนเรื่องการเมืองไม่สนใจ และเพื่อนๆที่เดินทางกลับไปเพราะเขาสนใจทางการเมืองมาก ทั้งกลัวว่าจะไม่ได้กลับประเทศ หลังจขากที่ผู้นำประเทศประกาศว่าหางแรงงานเขมรที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย หากไม่เดินทางกลับในช่วงมีการสู่รบจะไม่ให้กับประเทศอย่างเด็ดขาด ส่วนแรงงานลาวไม่มีอาชีพทำการประมงแต่อย่างใด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *