ไม่เข็ด! ตำรวจ PCT ภาค 5 รวบ “สองโจ๋คาเครื่องนวด” ลอบกดเงินให้แก๊งคอลเซนเตอร์ กลับมาทำซ้ำกลางห้างเชียงใหม่ หลังเคยถูกจับมาแล้ว

จากกรณีตำรวจ ศปอส.ภ.5 (PCT ภ.5) ได้สืบสวนจับกุมนายภูตะวัน อายุ 21 ปี (ผู้ต้องหาที่ 1)ซึ่งกระทำความผิดรับเป็นบัญชีม้า ต่อมาตรวจสอบขยายผลพบว่า นายภูตะวันฯ ได้ผันตัวเป็นคนควบคุมบัญชีม้า จากนั้น จึงได้ติดตามพฤติกรรมฯของนายภูตะวันฯ เรื่อยมา

ข่าวคืบหน้าเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 69 ตำรวจ PCT ภาค 5 นำโดย พล ต ต ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัยรอง ผบช ภ 5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายภูตะวันฯ ปรากฏตัวที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ ตำรวจ PCT ภาค 5 สะกดรอยเฝ้าติดตามพฤติการณ์ จนพบนายภูตะวันฯ และนายทศนัท อายุ 21 ปี (ผู้ต้องหาที่ 2) จากการสังเกตพฤติการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่านายภูตะวันฯ และนายทศนัทฯ ขณะกำลังฝากเงินเข้าเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ ธนาคารออมสิน
เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวตรวจสอบ ทั้งสองรับสารภาพว่า เงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง โดยเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงิน ที่กลุ่มเทเลแกรม รับจ้างถอน-ฝากเงิน มีผู้สั่งการเป็นผู้ใช้บัญชีชื่อ “AA99” โดยทำการถอนเงินในวันนี้(19 ม.ค. 69) มาแล้ว 5 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 129,000 บาท และได้ฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารทอดต่อไปตามคำสั่งการแล้ว คือ บัญชีธนาคารกรุงเทพ เลขชื่อบัญชี MR.WIN MIN Htet เมื่อทำการตรวจค้นพบ

  1. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง
  2. บัตรกดเงินสด ATM จำนวน 2 ใบ

ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมตัว โดยแจ้งข้อหาในความผิดฐาน “เป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย(อั้งยี่)และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” นำส่งพนันงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จว.เชียงใหม่

ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตรงกันว่าได้รับสั่งการจากกลุ่มผู้สั่งการในเทลแกรม สั่งการให้กดเงินสดตามตู้ ATM โดยตนจะทำการกดเงินสดโดยไม่ใช้บัตรตามตู้ต่าง ๆ และทำการถ่ายภาพคิวอาร์โค้ด ส่งไปยังกลุ่มเทลแกรม จากนั้นจะทำการรอรับเงินออกจากตู้ และจะทำการกดไปเรื่อย ๆ แล้วเมื่อถอนเงินได้แล้ว จะนำไปฝากต่อยังบัญชีธนาคารกรุงเทพ เลขชื่อบัญชี MR.WIN MIN Htet โดยตนจะได้รับค่าจ้าง เป็นเงินร้อย 5 ของมูลค่าเงินที่ถอนออกมาได้โดยประมาณ

พล ต ต ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช 5 ได้เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.5 ได้สืบสวนติดตามเครือข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์ หลังพบพฤติการณ์ลักลอบทำธุรกรรมทางการเงินให้กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ ต่อมาได้รับแจ้งเบาะแสว่า ผู้ต้องสงสัยรายเดิม ซึ่งเคยถูกจับกุมมาแล้ว ได้ปรากฏตัวภายในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ จึงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ก่อนพบกำลังทำธุรกรรมฝาก–ถอนเงินสดที่ตู้ ATM ร่วมกับพวกอีก 1 ราย

จากการตรวจสอบพบโทรศัพท์มือถือ บัตร ATM และเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับกลุ่มสั่งการผ่านแอป Telegram โดยมีการรับคำสั่งให้ถอนเงินจากบัญชีผู้อื่น แล้วนำไปฝากต่อยังบัญชีปลายทาง แลกกับค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดเงิน

ผู้ถูกจับให้การรับสารภาพว่า ทำหน้าที่กดเงินและส่งต่อเงินตามคำสั่งของผู้ควบคุมบัญชีในเครือข่าย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาความผิดเกี่ยวกับอั้งยี่และการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขอย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อรับจ้างเปิดบัญชีหรือกดเงินให้ผู้อื่น เพราะอาจมีความผิดทางกฎหมายร้ายแรง หากพบเบาะแสการกระทำผิด แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที หากพบเบาะแสหรือการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว
ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
//////////// นิวัตร ธาตุอินจันทร์ เชียงใหม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *