สุพรรณบุรี สีสันการแข่งจับหมูกีฬาเชื่อมความสามัคคีด้านภัยยาเสพติด

สีสันการแข่งขันจับหมูและการแข่งขันกีฬาบ้าน เชื่อมความสามัคคีด้านภัยยาเสพติด ทีมที่จับหมูได้ จะได้หมูเป็นรางวัล นำเอากลับไปบ้านได้เลย และการแข่งขันวิ่งซุปเปอร์แมน เรียกเสียงฮาก่อนการแข่งขัน ได้มีนักกีฬาบางรายดมกางเกงในที่จะใช้ในการแข่งขัน เพื่อพิสูจน์ให้มั่นใจว่าเป็นกางเกงในของใหม่

ที่สนามโรงเรียนวัดสามัคคีธรรม อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี นายมนัส บริสุทธิ์ นายกเทศบาลตำบลกระจัน เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสามัคคีต้านภัยยาเสพติด ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนในชุมชนได้มีทักษะในการเล่นกีฬา มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เนื่องจากการเล่นกีฬาจะทำให้ มีสุขภาพ พลานามัย แข็งแรงสมบูรณ์ และรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ หลีกเลี่ยงห่างไกลจากยาเสพติด เพื่อประโยชน์ต่อตัวเองสังคม และประเทศชาติ โดยมีนายสุชาติ รักอู่ ผู้อำนวยการกองช่าง รักษาราชการแทนปลัดเทศบาลตำบลกระจัน พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกเทศบาลดำบลกระจัน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน นักกีฬาและชาวบ้านตำบลกระจัน 10 หมู่บ้าน ร่วมกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน
สำหรับการแข่งขันกีฬาครั้งนี้ มีนักกีฬาทั้ง 10 หมู่บ้าน เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 120 คน จัดให้มีการแข่งขันกีฬาได้แก่ ฟุตบอลประเภทประชาชนชายทั่วไป 7 คน และการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน ประกอบด้วย วิ่งซุปเปอร์แมน และกีฬาพื้นบ้านอีกหลายชนิดกีฬา เพื่อเชื่อมความสามัคคีต้านภัยยาเสพติด และยังสร้างความสนุกสนานให้กับกองเชียร์ แต่ละหมู่บ้านต่างพากันมาให้กำลังใจส่งเสียงเชียร์นักกีฬากันอย่างสนุกสนาน อีกทั้งยังสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรมทุกคน
ส่วนไฮไลท์ อยู่ที่การแข่งขันจับหมู โดยให้ทั้ง 10 หมู่บ้าน ส่งตัวแทนมาร่วมแข่งจับหมู ก่อนที่จะปล่อยหมูลงสู่สังเวียน จะให้รถน้ำมาฉีดน้ำใส่พื้นในสังเวียนให้เปียกชุ่มก่อนและเอาน้ำมันพืช ชโลมทาหมูทุกตัวให้ลื่นก่อนปล่อยหมูเข้าสังเวียน แบ่งการแข่งจับหมู 2 รอบ รอบละ 5 คน ส่วนหมูรอบละ 3 ตัวเท่านั้น จะมีผู้ที่จับหมูได้เพียงแค่ 3 คน ส่วนอีก 2 คน กลับบ้านมือเปล่า คนไหนจับหมูได้ จะได้หมูเป็นรางวัลนำกลับบ้านได้เลย
โดยรอบแรกหลังจากปล่อยหมูเข้าสู่สังเวียน นักกีฬาแต่ละคนต่างวิ่งไล่จับหมูที่ทาน้ำมันพืชจนตัวลื่นกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งมีกองเชียร์ของที่ละทีมส่งเสียงเชียร์นักกีฬาอยู่ติดขอบสังเวียนกันเสียงดังสนั่น ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 5 นาที หมูทั้ง 3 ตัว ถูกจับได้ทั้งหมด ส่วนคนที่จับหมูได้ บอกว่าวิ่งไล่จับหมูมันเหนื่อยแต่ก็สนุก ส่วนหมูที่จับได้จะนำเอาไปเลี้ยงก่อน แต่บางรายบอกว่าอาจจะนำไปทำอาหารเลี้ยงชาวบ้านในชุมชน
จากนั้นปล่อยหมูชุดที่ 2 อีก 3 ตัว เข้าสู่สังเวียน ผู้ร่วมแข่งขัน 5 คน เหมือนเดิม แข่งจับหมูรอบ 2 นี้สร้างความสนุกสนานกว่ารอบแรก เพราะว่าหลังจากกรรมการให้สัญญาณ ผู้เข้าแข่งขันไม่รอช้าวิ่งไล่จับหมูกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งหมูทั้ง 3 ตัว ต่างตกใจเสียงกองเชียร์ด้วย และกลัวคนที่มาวิ่งไล่จับด้วย หมูต่างพากันวิ่งหนีรอบสังเวียน แต่ผู้แข่งขันไม่มีไครลดละความพยายาม ต่างวิ่งไล่จับหมู จนไปชนกับรั้วสังเวียนล้ม หมูกระโจนหนีออกจากสังเวียนไปได้ 1 ตัว แต่ก็หนีไม่รอดเพราะถูกกลุ่มวัยรุ่นที่มาร่วมเชียร์ วิ่งไล่ต้อนหมูไปจนมุมอยู่ใต้พุ่มไม้สามารถจับหมูมาจนได้ ช่วยกันหามหมูไปเก็บ เพราะคิดว่าโชคดีจับหมูที่หลุดออกมาจากสังเวียนเอาไว้ได้ จะนำเอาหมูกลับบ้านไปทำหมูหันเป็นกับแกล้ม แต่นายมนัส บริสุทธิ์ นายกเทศบาลตำบลกระจัน ได้ประกาศบอกว่าผิดกติกา จึงขอไถ่หมูตัวที่หลุดออกจากสังเวียน ราคา 1,000 บาท เพื่อนำหมูกลับมาเข้าสังเวียน ให้ผู้แข่งขันได้แข่งจับหมูกันใหม่อีก เพราะยังจับได้ไม่ครบทั้ง 3 ตัว จากนั้นเกมแข่งจับหมูเริ่มดำเนินต่ออีกรอบ สุดท้ายหมูหนีไม่รอดถูกจับได้ในที่สุด งานนี้ชาวบ้านและกองเชียร์ต่างชอบใจกันใหญ่
กระทั่งมาถึงการแข่งขันวิ่งซุปเปอร์แมน ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 10 หมู่บ้าน แบ่งทีมละ 6 คน แข่งขันกันแบบโอเพ่น ไม่จำกัดอายุ ได้ทั้งชาย หญิง โดยมีอุปกรณ์การแข่งขัน กางเกงใน 1 ตัว ผ้า 1 ผืน ผู้เล่นต้องวิ่งผลัดกันใส่ “กางเกงลิง” หรือกางเกงในตัวเดียวกัน (เหมือนซูเปอร์แมน) และเปลี่ยนคนวิ่งโดยการถอดเปลี่ยนกันใส่ นักกีฬาจะต้องใสกางในแบบซุปเปอร์แมน มีผ้าอยู่ข้างหลัง วิ่งผลัดกันมาเปลี่ยนกางกางและผ้าผูกที่หลัง วิ่งผลัดกันให้ครบทั้ง 6 คน ทีมไหนทำเสร็จครบทั้ง 6 คนก่อน จะเป็นทีมที่ชนะ
ส่วนที่เรียกเสียงฮาก่อนการแข่งขัน ได้มีนักกีฬาบางรายดมกางเกงในที่จะใช้ในการแข่งขัน เพื่อพิสูจน์ให้มั่นใจว่าเป็นกางเกงในของใหม่ ซึ่งการแข่งขันกีฬาวิ่งผลัดซุปเปอร์แมน กองเชียร์ของหมู่บ้านแต่ละทีม ต่างมาส่งเสียงเชียร์กันสนุกสุดเหวี่ยง สร้างเสียงหัวเราะ ความสนุกสนาน เพื่อเชื่อมความสามัคคีด้านภัยยาเสพติด และยังสร้างความรักความสามัคคีให้กับชาวบ้านในชุมชนอีกด้วย
ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี











