ปทุมธานี ผู้สมัคร สส.ปทุมพรรคเพื่อไทย เขต 8 เบอร์ 4 เร่งลงพื้นที่ปราศรัยย่อยคนนับพันให้ความสนใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยงยุทธ มั่นบุปชาติ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี เขต 8 หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย จัดเวทีปราศรัยย่อย แนะนำตัว และแนะนำนโยบายที่โดดเด่นของพรรค อีกทั้ง ลงพื้นที่พบปะประชาชนในพื้นที่อำเภอลำลูกกา เพื่อรับฟังความคิดเห็นและปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในชุมชน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายยงยุทธได้พูดคุยกับประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยชาวบ้านให้ความสนใจสอบถามถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทยในหลายด้าน อาทิ นโยบายเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ การดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ในระดับท้องถิ่น

นายยงยุทธได้ชี้แจงแนวทางและนโยบายของพรรค พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากประชาชน เพื่อนำไปผลักดันและสะท้อนในระดับนโยบายต่อไป โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยบรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจและเข้าร่วมกว่า1,000 คน

นายยงยุทธ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าดารลงพื้นที่พบปะพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่อำเภอลำลูกกา ธัญบุรี และหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนในภาคการเกษตร พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนำเสนอนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทยที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ซึ่งเกษตรกรในเขต 8 นั้นมีหลากหลายสาขา ทั้งชาวนา ชาวสวน และเกษตรกรรายย่อย ซึ่งต่างสะท้อนปัญหาสำคัญที่เผชิญมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นราคาผลผลิตที่ผันผวน ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงการขาดหลักประกันด้านรายได้ ทำให้เกษตรกรจำนวนมากต้องแบกรับความเสี่ยงเพียงลำพัง

ดังนั้นจึงได้นำนโยบายหลักด้านการเกษตรของพรรคเพื่อไทยมานำเสนอ โดยเน้นการ “สร้างเสถียรภาพด้านราคา ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้” เพื่อให้เกษตรกรสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง ไม่ต้องกังวลกับความไม่แน่นอนในแต่ละฤดูกาลผลิต โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญคือ นโยบายประกันกำไรเกษตรกร ซึ่งตั้งเป้าให้เกษตรกรต้องมีกำไรจากการทำการเกษตรไม่น้อยกว่า 30% จากต้นทุนการลงทุน เพื่อให้การทำเกษตรไม่ใช่เพียงการอยู่รอด แต่เป็นอาชีพที่สร้างรายได้และความมั่นคงให้กับครอบครัวอย่างแท้จริง

นอกจากนี้การยกระดับราคาข้าวเปลือก โดยพรรคเพื่อไทยตั้งเป้าผลักดันให้ราคาข้าวเปลือกอยู่ที่ 10,000 บาทต่อเกวียน เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงของชาวนา และเป็นการคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ผลิตต้นน้ำของประเทศ อีกทั้งในด้านการลดต้นทุนการผลิตนั้นจะเสนอแนวทางสนับสนุนปัจจัยการผลิตที่จำเป็น โดยเฉพาะ การสนับสนุนปุ๋ยจำนวน 5 กระสอบต่อครัวเรือน ควบคู่กับ เมล็ดพันธุ์คุณภาพจำนวน 120 กิโลกรัม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูก ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกรในระยะยาว

นายยงยุทธ กล่าวย้ำว่าตนมีประสบการณ์ และ ความเชี่ยวชาญด้านการเกษตรโดยตรงเข้าใจปัญหาของเกษตรกรจากการคลุกคลีและทำงานร่วมกับพี่น้องเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมอาสาเป็นปากเสียงแทนเกษตรกรในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำปัญหาที่แท้จริงจากพื้นที่ไปผลักดันเป็นนโยบายและการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม“เกษตรกรคือรากฐานของประเทศ การทำให้เกษตรกรอยู่ดีกินดี ไม่ใช่แค่ช่วยเฉพาะหน้า แต่ต้องสร้างระบบที่ทำให้เขามีกำไร มีความมั่นคง และมีศักดิ์ศรีในอาชีพ”

ทั้งนี้ตนเองขอแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนในเขตลำลูกกา ธัญบุรี และหนองเสือ ให้ร่วมกันเลือกผู้แทนที่เข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง และเลือกพรรคการเมืองที่มีประสบการณ์ มีผลงาน และสามารถผลักดันนโยบายให้เกิดผลได้จริง ในวันเลือกตั้ง ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในเขตลำลูกกา ธัญบุรี และหนองเสือ ร่วมกัน เลือกยงยุทธ เบอร์ 4 และเลือกพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 เพื่ออนาคตที่มั่นคงของพี่น้องเกษตรกร และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกครอบครัว #ปทุมธานี #คลองสิบ #พรรคเพื่อไทย #เพื่อไทย #หาเสียง #ปราศรัย #เลือกตั้ง2569

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *