ร้านทองยะลาซบเซาก่อนตรุษจีนเศรษฐกิจตกต่ำพืชผลราคาไม่ดีชาวบ้านแห่ขายแต่ไร้เงินซื้อ


ยะลา -ร้านทองเมืองเบตงซบเซาก่อนตรุษจีนต่างจากปีที่ผ่านมาที่มีการซื้อขายคึกคัก โดยในปีนี้ราคาทองคำปรับขึ้นจนมีราคาสูงทำให้การซื้อลดลง ผลจากเศรษฐกิจตกต่ำ พืชผลราคาไม่ดี เจ้าของร้านเผย พฤติกรรมลูกค้าหันมาซื้อทองคำแท่ง แทนทองรูปพรรณ ทุกวันนี้ลูกค้ามาขายมากกว่าซื้อ


เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ห้างทองจินดา เลขที่ 218 ถ.สุขยางค์ อ.เบตง จ.ยะลา บรรยากาศเงียบเหงาและมียอดขายลดลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ หลังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำพืชผลราคาไม่ดี ประสบปัญหาจากภัยธรรมชาติ ค่าครองชีพสูง ทำให้ประชาชนขาดกำลังซื้อ และชะลอการจับจ่ายเงินเพื่อใช้จ่ายในช่วงตรุษจีน
นางจินดา ห่อวงศ์สกุล เจ้าของห้างทองจินดา บอกว่า ช่วงนี้บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงาด้วยราคาทองรูปพรรณที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นไปและผันผวนเกือบจะตลอดเวลา โดยวันนี้อยู่ที่ประมาณบาทละ 74,750 บาท และมีลูกค้าหรือประชาชนต่างนำทองเข้ามาจำนำและมาขายมากกว่าซื้อ
โดยนางจินดา บอกอีกว่า ในช่วงก่อนตรุษจีนปีนี้แตกต่างจากปีที่ผ่านมามากซึ่งเหลือเวลาไม่กี่วันก็จะตรุษจีนแล้ว ส่วนที่ร้านยังคงเงียบอยู่ ซึ่งวันนี้ราคาทองคำมีการเปลี่ยนแปลงผันผวนไป 1-2 ครั้ง และมีแนวโน้มราคาทองคำจะปรับเพิ่มขึ้นไปอีก แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ราคาทองจะมีการปรับขึ้นแต่ก็ยังไร้วี่แววของประชาชนที่จะมา ซื้อ-ขายทองมากเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำสินค้าทางการเกษตรขายไม่ได้ราคา ผลผลิตมีราคาตกต่ำประสบปัญหาจากภัยธรรมชาติ ค่าครองชีพสูง ซึ่งห้างทองจินดา ที่อยู่ต่างจังหวัดที่ยะลาแบบที่ร้านนั้น จะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้โดยตรง เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นประชาชนทั่วไปและส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตรกร
ซึ่งปกติในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนชาวบ้านนิยมมาซื้อทองเพื่อเป็นสิริมงคล เสริมโชคลาภความมั่งคั่งร่ำรวย เฮงๆ ตลอดปี โดยเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความมั่นคง นิยมนำมามอบเป็นของขวัญให้แก่กันในครอบครัว รวมทั้งเป็นช่วงเวลาที่นิยมซื้อเก็บออมเพื่อลงทุนระยะยาว แต่ในปีนี้เงียบเหงา ถึงแม้ปัจจุบันสถานการณ์ราคาทองจะมีการปรับขึ้นแต่ก็ยังไม่มีชาวบ้านมาขายทอง เนื่องจากขายหมดไปก่อนหน้านี้แล้ว จากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ พอราคาทองปรับขึ้นชาวบ้านก็ไม่มีเงินมาซื้อ
อีกอย่างก็คือพฤติกรรมของลูกค้าก็เปลี่ยนไปปัจจุบันนี้ลูกค้าไม่นิยมซื้อทองรูปพรรณแต่หันไปซื้อทองคำแท่งแทนการซื้อทองรูปพรรณมากกว่า เนื่องจากไม่ต้องเสียค่ากำเหน็จ ซึ่งราคาจะมากหรือ น้อยก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบของทองรูปพรรณว่ามีความยากง่ายเพียงใด ถ้าเป็นรูปแบบที่ทำยากค่ากำเหน็จก็จะมีราคาสูงตามไปด้วย ตรงส่วนนี้ห้างจินดาก็จะสูญเสียกำไรตรงส่วนนี้ไปด้วย ถึงแม้ราคาทองรูปพรรณจะมีราคาสูงขึ้นแต่ถ้าขายไม่ได้ก็มีค่าเท่าเดิม แต่ถ้าจะหันไปขายทองคำแท่งกำไรก็น้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนราคาทองคำ
และจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ที่ห้างทองจินดาต้องพยายามปรับตัวเพื่อเพิ่มยอดขาย ด้วยการสรรหารูปแบบของทองรูปพรรณรูปแบบใหม่ๆ ทันสมัยเพื่อมาจูงใจลูกค้าเพื่อให้ง่ายขึ้นในการตัดสินใจเสียเงินซื้อทองรูปพรรณ มากกว่าการซื้อทองคำแท่งในช่วงก่อนตรุษจีน
ข่าว..เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา โทร.064-126-5593

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *