อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส ยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม


ฟื้นฟูพื้นที่รอบหลุมฝังกว่า 159 ไร่ เป็นแหล่งน้ำสะอาดเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการเกษตร
ควบคู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และควบคุมฝุ่นละอองและคุณภาพอากาศตามมาตรฐาน


 
จังหวัดสมุทรปราการ — บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (“Eastern Energy Plus” “EEP”) เดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านการนำเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมขั้นสูงมาใช้ควบคู่กับการฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบสถานที่ฝังกลบขยะมากกว่า 159 ไร่ จนสามารถพัฒนาเป็นแหล่งน้ำสะอาดที่เหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรมและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ
นับตั้งแต่ปี 2562  ภายหลังการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นและการแต่งตั้งทีมผู้บริหารชุดใหม่ นำโดย นายอบีนาช  มาจี้ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส ได้เร่งยกระดับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่และแนวปฏิบัติด้านการดำเนินงานมาใช้ เพื่อให้ธุรกิจของบริษัทสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนโดยรอบได้อย่างสมดุลและยั่งยืน
หนึ่งในโครงการสำคัญของบริษัท คือการติดตั้งระบบ E-Nose (Electronic Nose) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับตรวจวัดกลิ่น ทำงานอัตโนมัติ ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้สามารถติดตามความเข้มข้นของกลิ่นได้แบบเรียลไทม์ และตอบสนองต่อสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านกลิ่นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ในปี 2567 EEP ได้ขยายระบบ E-Nose จากเดิม 2 จุด เป็น 4 จุดตรวจวัด เพื่อครอบคลุมรอบทิศยิ่งขึ้น โดยกำหนดตำแหน่งให้สอดคล้องกับทิศทางลมประจำฤดูกาลของจังหวัดสมุทรปราการ การจัดวางดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถติดตาม ประเมิน และคาดการณ์พื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากกลิ่นในแต่ละฤดูกาลได้อย่างแม่นยำ และนำข้อมูลไปใช้ปรับแผนการดำเนินงานและกระบวนการต่าง ๆ เพื่อการควบคุมและบรรเทาผลกระทบอย่างต่อเนื่อง และจากข้อมูลการตรวจวัด พบว่าความเข้มข้นของกลิ่นมีการปรับปรุงจาก 15–20 Odor Units (OU) ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานกลางก่อนหน้านี้ มาอยู่ที่ 4 – 6 OU ในปัจจุบัน
ควบคู่กันนี้ บริษัทได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยีบำบัดน้ำชะขยะ โดยเริ่มจากการบำบัดด้วยระบบ Ultra Filter Membrane ตามด้วยกระบวนการบำบัดทางชีวภาพโดยใช้จุลินทรีย์และการเติมอากาศ ส่งผลให้น้ำที่ผ่านการบำบัดมีคุณภาพเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานกฎหมาย โดยมีค่า BOD ต่ำกว่า 20 มิลลิกรัมต่อลิตร และ COD ต่ำกว่า 120 มิลลิกรัมต่อลิตร สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในกระบวนการดำเนินงานของบริษัทได้ เช่น การเตรียมน้ำ EM และการรดน้ำในพื้นที่ปฏิบัติงาน
ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ตะกอนที่เกิดจากกระบวนการบำบัดน้ำเสียจะถูกนำไปแปรรูปเป็น วัสดุปรับปรุงดิน เพื่อใช้ในการดูแลพื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ภายในโครงการ โดยบริษัทไม่ใช้ปุ๋ยเคมีจากภายนอก ต้นไม้และพืชพรรณทั้งหมดภายในพื้นที่ได้รับการบำรุงรักษาด้วยวัสดุปรับปรุงดินที่ผลิตขึ้นเอง ช่วยลดการเกิดของเสียและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
ในด้านการบริหารจัดการคุณภาพอากาศ บริษัทดำเนินมาตรการควบคุมฝุ่น ควัน และกลิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการติดตามค่าฝุ่นละออง PM2.5 อย่างใกล้ชิดให้อยู่ภายในเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด พร้อมระบบตรวจวัดสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการดำเนินงาน เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
นายอบีนาช  มาจี้ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส กล่าวว่า
“เราเชื่อว่าการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพต้องไม่ใช่เพียงการกำจัดของเสีย แต่ต้องสามารถฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมให้กับชุมชนโดยรอบ การฟื้นฟูพื้นที่กว่า 159 ไร่ ให้เป็นแหล่งน้ำสะอาดที่สนับสนุนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการเกษตร เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินงานอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ”
พร้อมกันนี้ นายอบีนาชยังกล่าวเพิ่มเติมว่า
“จากการดำเนินกระบวนการแปรรูปขยะเป็นพลังงาน โรงไฟฟ้าของบริษัทสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงสุดถึง 1.32 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e) ต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) ของไฟฟ้าที่จำหน่าย หรือคิดเป็นประมาณ 49,606 tCO₂e ต่อปี นอกจากนี้ ระบบฝังกลบแบบวิศวกรรมของบริษัทยังสามารถลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 25% ต่อปี เมื่อเทียบกับการฝังกลบแบบทั่วไป หรือคิดเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 200,000 tCO₂eต่อปี ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการลดการปล่อยคาร์บอนในระดับสากล”
ทั้งนี้ การคำนวณและประเมินผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกดังกล่าว ได้รับการตรวจสอบและยืนยันโดยหน่วยงานอิสระ ผ่านการประเมินประจำปีร่วมกับ บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
Eastern Energy Plus ยังคงยึดมั่นในการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนโดยรอบ ศูนย์บริหารจัดการขยะแพรกษาใหม่ ได้แก่ ตำบลแพรกษาใหม่ ตำบลแพรกษา และตำบลบางพลีใหญ่ ผ่านการนำโซลูชันด้านเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความยั่งยืนในระยะยาว
*
การย์สิริ สมุทรปราการ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *