พด.เปิดโครงการ”รณรงค์ไถกลบตอชัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม”

รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินเปิดโครงการ”รณรงค์ไถกลบตอชัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม”ประจำปีงบบประมาณ 2569 ทั้งนี้เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศในแปลงกลับมาสมบูรณ์หยุดเผาทันมาไถกลบ

นายบุรีรัตน์ วงศ์บุรี รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินเปิดโครงการ”รณรงค์ไถกลบตอชัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม”ประจำปีงบบประมาณ 2569 ณ แปลงเกษตรเทศบาลตำบลเขาพระยาเดินธงตำบลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 สถานีพัฒนาที่ดินลพบุรี ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตัวแทนชุมชน หมอดินอาสา เกษตรกร นักเรียน และประชาชน ที่ให้ความสนใจ จำนวน 250 ราย โดย นายชาคริต อินนะระ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่า เป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรลด ละ เลิกการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้ให้เกษตรกรทำเกษตรกรรมที่ไม่เผาฟางและตอซังพืช เพื่อช่วยให้คุณสมบัติของดินดีไม่ถูกทำลายเพิ่มอินทรียวัตถุในดินและสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน นอช่วยลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ที่มีผลกระทบต่อการเกิดภาวะโลกร้อน
สำหรับผู้เข่าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้จากภายในงานที่มีการแสดงนิทรรศการวิชาการจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย การสาธิตการผลิตปุ๋ยหมัก พด. การสาธิตปลูกพืชใช้น้ำน้อย การใช้น้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมในแปลงผัก การสาธิตพืชปุ๋ยสด (ปอเทือง) แปลงสาธิตการใช้สารชีวภาพย่อยสลายตอซังพืช พด.17 และการสาธิตการไถกลบต่อชัง สร้างดินยั่งยืนฟื้นสิ่งแวดล้อม โดยจังหวัดลพบุรีมีพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 2 ล้านไร่และเป็นพื้นพื้นที่ชลประทาน 668,201 ไร่ ซึ่งการดูแลรักษาทรัพยากรดินจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรที่ปัจจุบันเรายังคงเผชิญกับปัญหา “การเผาในที่โล่ง” หลังฤดูเก็บเกี่ยว จากในปีที่ผ่านมาพบว่าปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในช่วงเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ เป็น
ช่วงที่ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงเกินมาตรฐาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สิ่งแวดล้อม และภาพลักษณ์ โดยที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือผลกระทบต่อดิน การเผาเพียงครั้งเดียวทำให้อินทรียวัตถุและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดินถูกทำลาย ดินจะแห้งแห้งแข็ง โทรม ความสามารถในการอุ้มน้ำลดลง และจำเป็นต้องพึ่งพึ่งพาปุ๋ยเคมีมากขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องการรณรงค์ให้เกษตรตษกรปรับเปลี่ยนจาก “การเผา” มาเป็น “การไถกลบต่อซัง”
นอกจากนี้ก็จะมีประโยชน์ด้านการปรับปรุงบำรุงดินเพราะการไถกลบต่อชังจะช่วยเพิ่มธาตุอาหารพืชในดิน รวมทั้งส่งผลให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี ระบบรากพืชแข็งแข็งและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ สำหรับในระยะยาวก็จะมีประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและการลดต้นทุนในเรื่องค่าปุ๋ยเคมี หากเกษตรกรจะยังคงมีมูลค่าธาตุอาหารสะสมอยู่ในดินความจำเป็นในการใช้ปุ๋ยเคมีจะลดลงและผลผลิตยังคงเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้มีประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ช่วยลดการหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันก็เพิ่มความหลากหลายของจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตในดินที่ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ในแปลงนาให้กลับมาสมบูรณ์ สำหรับในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เชื่อว่าผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในพื้นที่ของตนเอง หากเราร่วมกันหยุดเผาและทันมาไถกลบจะสามารสร้างดินที่ยั่งยืน ลดต้นทุนการผลิต และส่งต่อผืนดินที่มีคุณภาพให้กับลูกหลานของเราได้อย่างภาคภูมิ
///ภาพข่าวโดย…กฤษณพงศ์ อยู่รอด ลพบุรี(086-5745485)
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////











