ข้อเท็จจริงถนนปริศนา

เปิดข้อเท็จจริงถนนปริศนา ข้อเท็จจริง เป็นถนนที่มีการรับรู้ทั้งในระหว่างราษฎรในพื้นที่และเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐทุกหน่วยที่จำเป็นต้องอาศัยถนนเส้นดังกล่าว เพื่อไปยังบ้านเสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอนไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารงานราชการแผ่นดิน การดูแลประชาชน การให้การรักษาประชาชน การค้าชายแดน เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ใกล้กว่าเส้นทาง อ.แม่สะเรียง – บ้านโพซอ – บ้านเสาหิน ซึ่งมีระยะทางกว่า 100 กม. และหน้าฝนรถไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ ขณะที่เส้นทางถนนปริศนา ระยะทางเพียง 8 กม.แต่จากการเห็นผลประโยชน์ของนักการเมืองทำให้มีการสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อตัดถนนเส้นดังกล่าว ออกจากสาระบบและส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยทั่วไป

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุครายหนึ่ง ได้โพสลงในเฟซบุค ชี้แจงเรื่องถนนปริศนาว่า ถนนที่ว่าคือถนนที่ตัดเพื่อใช้สัญจรเชื่อมต่อกันระหว่าง 2 ชุมชนในเขตแดนไทยเอง ลองดูภาพประกอบเลขครับเลข 1 คือหมู่บ้านกองเป๊าะอยู่เขต ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อยข้ามดอยไปทางตะวันตก ประมาณ 13 กิโลเมตร จะถึงเลข 2.คือที่ตั้งสำนักงานหน่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืชขุนแม่สอง ซึ่งเลข 1 ถึงเลข 2 ลายจุดสีฟ้านี้เป็นเส้นทางเก่ามานานแล้วเป็นทางขนไม้เก่า ในยุคสัมปทานป่าไม้เมื่อก่อนนานแล้ว จากจุดสำนักงานหน่วยขุนแม่สองของเจ้าหน้าที่ป่าไม้นี้ลงไป ประมาณ 2 กิโลเมตรจะถึงยังเลข 3.คือหมู่บ้านขุนแม่สอง ตั้งอยู่เขต ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จากบ้านขุนสองขึ้นไปทางทิศตะวันตกอีก 2 กิโลเมตรจะถึงเลข 4.คือศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านวาทู จากหมู่บ้านวาทูไปทางทิศตะวันตกอีกไปถึงเลข 5.คือโรงพักที่ทำการต.เสาหินอ.แม่สะเรียง ติดเขตชายแดนที่อยู่ติดกับรัฐคาเรนณีประเทศเมียนมาร์ ซึ่งมีการเปิดปิดด่านชายแดนเข้าออกจากเขตจุดนี้ ระหว่างเลข 4 ถึงเลข 5 จะไม่ขอลงรายละเอียด
จึงกลับมาที่ ประเด็นเกิดเป็นข่าวที่ต้องการหาข้อเท็จจริง ที่เป็นข้อสงสัยเกิดเป็นข่าวข้างเดียว เป็นต้องเอาผิดกันให้ได้ ปัญหาอยู่ที่เส้นลายจุดสีแดง แต่ต้องเข้าใจทั้ง 2 สีคือลายจุดฟ้ากับแดงและบริบทของพื้นที่ภูมิศาสตร์เรื่องนี้ด้วยก่อน 12 ปีที่แล้วถนนดินแดงเส้นลายประตามจุดสีฟ้า มีจุดเริ่มที่เลข 1 และได้สิ้นสุดลงที่เลข 2 เท่านั้น แต่เมื่อ 12 ปีถาดมาถนนได้ขยายยาวขึ้น อีก 2 กิโลเมตร จากจุดเลข 2 ไปยังจุดเลข 3 เพื่อจะไปต่ออีก 2 กิโลเมตร ไปยังพื้นที่ของเลข 4 ซึ่งเป็นโรงเรียนของศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดน ที่ครูต้องใช้รถยนต์ขนส่งอาหารยาให้เด็กนักเรียน ส่วนชาวบ้านทั้ง 2 ชุมชนก็ต้องการใช้ถนนเส้นนี้เหมือนกับเด็กหรือยังเจ็บไข้ได้ป่วยต้องเข้าไปทำธุระในเมืองที่อำเภอ จึงมาใช้เส้นทาง 4,3,2,1 เป็นหลัก
ชาวบ้านได้รับอานิสงส์จากเสด็จมาเยี่ยมศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดน บ้านวาทูที่ จุดเลข 4 เมื่อ 12 ปีที่แล้ว เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆจะต้องเข้าพื้นที่แต่ถนนเส้นทางจากแม่สะเรียงผ่านบ้านโพซอไม่สามารถใช้สัญจรได้จึงมีหน่วยทหารพัฒนาเคลื่อนที่ชวนให้ชาวบ้านมาขูดทางจากจุดเลข 2 เพิ่มต่อให้ไปถึงเลข 3 คือหมู่บ้านขุนแม่สองเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร จึงเกิดถนนเชื่อมต่อระหว่าง 2 ชุมชน 2 ตำบลและสองอำเภอตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
จากปีนั้นถนนจึงเชื่อมเขตหมู่บ้านกองเป๊าะกับบ้านขุนสองให้ถึงกัน ตามเส้นลายจุดสีฟ้า ระหว่างเลข 1,2,3 แต่ถนนจากบ้านกองเป๊าะเลข 1 ไปยังเลข 2 ลายจุดสีฟ้าเป็นเส้นทางที่ต้องอาศัยกลางลำแม่น้ำแม่สุน้อยเป็นถนนของรถยนต์ การเดินทางจึงยุ่งยากลำบากและอ้อมไปมาตามลำแม่น้ำ ใช้เวลาเดินทาง จากเลข 1,2,3, ถึง 3 ช่วงโมงกับระยะทางเพียง 15 กิโลเมตร พอถึงหน้าฝนทุกปีทำให้การเดินทางใช้ทางนี้ยุ่งยากมากมาย
แต่ชาวบ้านก็ยังจำเป็นต้องใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางแม้รถจะติดหล่มบ้าง ถ้าน้ำป่าหลากมาก็ต้องหยุดเดินรถ เพราะมีเส้นทางรถเส้นเดียวนี้ที่ใกล้กว่าทางอื่น ส่วนทางที่ใกล้เป็นทางเดินเท้าตามปกติทุระของชาวบ้าน แต่ไม่มีงบประมาณจากหน่วยงานใดมาซ่อมแซมหรือทำถนนตัดใหม่ เพราะจะใกล้และย่นระยะทางจาก 15 กิโลเมตรกลายเป็น 8 กิโลเมตรจากการใช้เวลา 3 ชั่วโมงเหลือเพียง 30 ถึง 40 นาที เส้นทางนี้คือเส้นที่เป็นกรณีจุดสีแดงจัด เลข 1 ไปเลข 2 นั่นเอง
ทั้งชาวบ้านบ้านขุนสอง ชาวบ้านบ้านวาทู ครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ทั้งผู้เจ็บป่วยไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่มาตรวจตราผืนป่าหากจะต้องเข้าเมืองเข้าโรงพยาบาล ทุกคนจะเลือกใช้เส้นทางนี้เป็นหลักคือ 4,3,2,1,ตามจุดสีฟ้า ออกไปสู่เมืองโรงพยาบาลในอำเภอแม่ลาน้อยกันเป็นหลัก
ทำไมบ้านขุนสองกับครูบ้านวาทูทั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ถึงไม่ใช้เส้นทางบ้านเสาหินเข้าอ.แม่สะเรียง เหตุเพราะมันเป็นเส้นทางอ้อมใกล ต้องออกไปทาง บ้านต.เสาหินลงมาทางบ้านโพซอเข้าแม่สะเรียงซึ่งเส้นทางนี้ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงหรือเกือบ 1 วันก็มี เพราะขึ้นอยู่กับช่วงฤดูว่า จะหน้าแล้งหรือหน้าฝนระยะทางเกือบ 100 กว่ากิโลเมตรหน้าฝนน้ำหลากเดินทางไม่ได้เพราะถนนใช้กลางแม่น้ำ เป็นทางวิ่งเช่นกัน ห้วยชื่อภาษากะเหรี่ยงแหม่เยะโกล๊ะ(แหม่เจโกล็ะ)หรือชื่อไทย ห้วยแม่แงะ ดังนั้นชาวบ้านครูที่จะออกมาเข้าเมืองจึงใช้เส้นทางผ่านบ้านกองเป๊าะเพื่อเข้าสู่เมืองแม่ลาน้อยใกล้และเร็วกว่า ใช้เวลา 3 ชั่วโมงกว่าก็ถึง
ส่วนถนนตัดใหม่ที่เป็นประเด็นคือ จากจุดเลข 1ถึงจุดเลข2 เส้นจุดสีแดง ที่มีความจำเป็นที่ต้องตัดใหม่เนื่องจากเส้นทางจากเลข 1 สู่เลข 2 จุดสีฟ้าใช้เวลาเดินทางลำบากและนานมากถึง 3 ชั่วโมงหน้าแล้ง 2 ชั่วโมงกว่าและหน้าฝนยังลำบากมากมาย ชุมชนรู้ว่ามีถนนทางเดินเส้นหนึ่งหากตัดได้แล้วจะเดินทางสัญจรเร็วทั้งครูหมอชาวบ้านขุนแม่สอง บ้านวาทูชาวบ้านกองเป๊าะต้องการถนนตัดใหม่เส้นนี้มานานแล้วแต่ไม่มีอบต.อบจ. หน่วยงานไหนจะสนับสนุนให้ความช่วยเหลือได้เลยอาจเพราะพื้นที่ถูกเขตป่าอนุรักษ์ประกาศทับอยู่
เมื่อปี พ.ศ.2568 ได้มีการประชุมที่อำเภอแล้วได้มีการนัดผู้แทนชุมชนชาวบ้านหน่วยงานรัฐชาวบ้านมาประชาคมที่ชุมชนบ้านห้วยไก่ป่าเพราะเป็นชุมชนจุดศูนย์กลาง ของเขต ต.แม่ลาหลวงในวันประชุมหามติประชาคมดังกล่าวได้มีทั้งเจ้าหน้าที่อำเภอจนท.ป่าไม้ อบต.ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านเว้นผู้ใหญ่บ้านกองเป๊าะ ที่ไม่ได้มาเข้าร่วมประชุม ส่วนชาวบ้านจากบ้านขุนสองวาทูที่อยู่เขตตำบลเสาหินก็ได้มาร่วมในวันนั้น โดยมีมติเห็นด้วยกับการตัดถนนเส้นนี้ทั้งตำบลจึงบรรจุไว้อยู่ในแผนที่จะหางบตัดเส้นทางลายประจุสีแดงนี้ คือจากเลข 1-2 เพื่อแก้ไขปัญหาเส้นทางที่ลำบากและอ้อมใกลใช้เวลานานจาก 3 ชั่วโมงจะลดเหลือ 30 นาที จากระยะทาง 15 กิโลเมตรเหลือระยะทาง 8 กิโลเมตรลดเส้นทางอ้อมยาก ออกไป คือต้องถ่ายถนนจากบ้านของเป๊าะถึงที่ทำการสำนักงานอนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์ป่าจากจุดหนึ่งเส้นจุดสีแดงไปบรรจบกับถนนจะเส้นสีฟ้ายังจุดที่ 2 นั่นเอง
ในเขตรักษาป่าอย่างนั้นการใช้งบต้องผ่านความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้เท่านั้น และได้มีหัวหน้าหน่วยท่านหนึ่งที่เห็นปัญหานี้ด้วยเพราะเส้นทางสัญจรเป็นปัญหากับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ต้องปฏิบัติงานตรวจตราป่า เดินทางเข้าออกจากสนง.หน่วยนี้ด้วย จึงขอให้ชาวบ้านที่มีรถแม็คโครเล็กรถไถฟางมาช่วยไถถนนก่อนแล้วจะหางบประมาณมาจ่ายให้ทีหลังชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นปกติของระบบใช้จ่ายงบประมาณของรัฐต้องออกก่อนแล้วจ่ายคืน ชาวบ้านที่ต้องการถนนเส้นนี้จึงมาช่วยกันแผ้วถางช่วยรถไถด้วย
ชาวบ้านที่มีเครื่องจักรเล็กจึงเริ่มขุดถนนเมื่อปีที่แล้วตามเส้นประจุแดงจาก เลข 1ไปถึงเลข 2 ที่ตั้งสนง.หน่วยป่าไม้ การไถถนนเส้นจุดสีแดงจึงจบที่เลข 2 ในระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตรกว่าต่อมาได้มีข่าวครึกโครม หาว่ามีการตัดถนนเพื่อนำไม้ไปขาย หาว่าจะเป็นเส้นทางขนสินค้าผิดกฎหมายกับว้าแดง และมีภาพต้นไม้ใหญ่ล่มให้เห็นเผยแพร่ออกมา ซึ่งข้อเท็จจริง กองกำลังติดอาวุธที่อยู่ตรงข้าม บ้านเสาหินของไทย คือกลุ่มดาวแดง หรือภาษาอังกฤษมีชื่อย่อว่า KNPLF ซึ่งปัจจุบันได้ร่วมกับ กองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี KA กลายเป็นกองกำลังผสมในรัฐคาเรนนี ในนาม UKSA หรือ กองกำลังสหรัฐคาเรนนี ไม่ใช่กลุ่มว้าแดงแต่อย่างใด
เรื่องอีกด้านจากพื้นที่ก็คือมีการตัดถนนเป็นดินแดงไม่ได้กว้างขวางอะไรเป็นปกติของการตัดถนนบนภูเขาระหว่างชุมชนบ้านในเขตของประเทศไทยเราเอง ไม่ได้เชื่อมโยงกับชายแดนและมีเขตว้าแดงแต่อย่างใด เพราะมันจบที่ด่านตรวจของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจุดที่ 2 ด้วยซ้ำ
ซึ่งด่านตรวจต่างๆของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ตามถนนมีหลายด่าน ทั่งมีด่านตำรวจและทหารอยู่แล้ว ไม่ได้มียาเสพติดอะไรตามที่มีการประโคมเข้ากันแต่อย่างใดส่วนการตัดถนนเพื่อจะขายไม้นั้นเป็นไปไม่ได้ยากเพราะไม้เหล่านี้ชาวบ้านไม่ได้ต้องการนำมาใช้สอยเพื่อนเลื่อยไม้แปรรูปหรือนำไปขายเพราะเป็นไม้ที่ขึ้นในเขตป่าดิบเขาเนื้อไม้ไม่ได้ดีเป็นที่ต้องการของคนเช่นไม้กอมีมากต้นไม่ค่อยใหญ่ขึ้นตามสันดอยในพื้นที่แบบนี้ มีต้นไม้ใหญ่มีบ้างประเภทไม้เหี๊ยไม้ตึงซึ่งไม้เหล่านี้ชาวบ้านไม่ต้องการใช้หรอกนอกจากเอามาทำเป็นฟืนเพราะเขตรอบบ้านของชุมชนแถวนี้มีไหมสักขึ้นเยอะส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปล่อยให้ไม้เหล่านี้เน่าสู่ดินกลายเป็นอินทรีย์วัตถุ เพราะชาวบ้านต้องการถนนมากกว่าต้องการไม้เหล่านี้
ชาวบ้านจะขอถนนสักเส้นหนึ่งทำไมมันยากเย็นนักว่าไหมแต่ในเมืองกรุงเทพฯศิวิไลมีถนนทับกันหลายเส้นสร้างเหมือนเป็นคอนกรีตสูงจ่ายก็นำมาจากธรรมชาติงบประมาณจากเมืองหลวงก็แทบจะกระจายมาไม่ถึงชุมชนใช้ขอบเหล่านี้ ชุมชนชายขอบเหล่านี้จะต้องพึ่งพาตัวเองเสียเป็นส่วนใหญ่ เขาตั้งอยู่ในเขตป่าหวางพึ่งงบประมาณจากรัฐนั้นยากแสนเข็ญ จะอบต.อปจ.มหาดไทยก็ไม่เคยมีงบประมาณมาถึงด้วยซ้ำ ไฟฟ้าของบ้านขุนแม่สองและบ้านวาทูก็ยังไม่มีเพราะใช้โซล่าเซลล์ พอจะได้โอกาสตัดถนนสักเส้นหนึ่งตลาดถูกดำเนินคดีปิดถนนทั้งที่ชาวบ้านนั้นได้มีมติทำประชาคมกันแล้วทั้งตำบล
ทำไมสังคมไทยถึงมีความเหลื่อมล้ำระหว่างเขตชายขอบกับในเมืองขนาดนี้ ทั้งที่ชุมชนเหล่านี้ตั้งมาร้อยกว่าปีก่อนที่กระทรวงมหาดไทยจะมาค้นพบและกฎหมายเขตป่าสงวนอุทยานเขตป่าละสาวินก็มาประกาศรับทีหลังแต่ทำไมไม่ยอมรับสิทธิของการอยู่ก่อน
———————————————
นายทศพล บุญพัฒน์ / แม่ฮ่องสอน / 0850309987











