สีสันเกินต้านแถลงกับนายบุญผะเหวด

นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผวจ.ร้อยเอ็ด นำทีมส่วนราชการแต่งชุดมหาเวสสันดรชาดกประชุมความพร้อมงานบุญใหญ่ 6–8 มี.ค. 69 ชวนประชาชนร่วมสัมผัสประเพณีอีสานสุดยิ่งใหญ่
แยกคลิฟเสียงสัมภาษณ์ ผวจ.ร้อยเอ็ด
บรรยากาศการเตรียมงาน “บุญผะเหวดร้อยเอ็ด” ปี 2569 คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อเพจ หลังเลนส์ 101 รายงานว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ สร้างสีสันด้วยการแต่งกายในธีม แต่งตัวเป็นชูชก ตำนาน “มหาเวสสันดรชาดก และมีรอง ผวจ. 2 คน คือรอง พิชัยยา ตุระซอง และรอง ปราณี วงศ์บุตร แต่งตัวเป็นกัญหา-ชาลี เข้าร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการอย่างเต็มรูปแบบ

นั่งหัวโต๊ะบัญชาการความพร้อมการจัดงาน สะท้อนความตั้งใจผลักดันประเพณีสำคัญของท้องถิ่นให้ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีไม่เพียงเท่านั้น บรรดาหัวหน้าส่วนราชการ ทั้งนายอำเภอ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และสาธารณสุขจังหวัด ต่างพร้อมใจกันแต่งกายเข้าธีมอย่างจัดเต็ม ไม่มีใครยอมน้อยหน้า สร้างบรรยากาศการประชุมที่ทั้งจริงจังและเปี่ยมด้วยสีสัน
สำหรับงาน บุญผะเหวดร้อยเอ็ด ซึ่งถือเป็นประเพณีสำคัญของชาวจังหวัดร้อยเอ็ด จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–8 มีนาคม 2569 โดยภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ ขบวนแห่พระเวสสันดรชาดก การฟังเทศน์มหาชาติครบ 13 กัณฑ์ ตลอดจนการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สะท้อนอัตลักษณ์อีสานอย่างงดงาม การทุ่มเทของผู้ว่าราชการจังหวัดและส่วนราชการครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ ให้มาร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์งานบุญใหญ่ประจำปีของชาวร้อยเอ็ดอย่างใกล้ชิด
ซึ่งผวจ.“บุญผะเหวดร้อบเอ็ดคึกคัก”ผู้ว่าราชการฯร้อยเอ็ด ได้สร้างสีสัน นำทีมหัวหน้าส่วนราชการ แต่งกาย ธีม “มหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด “ เพื่อมาประชุมจังหวัด ให้สอดคล้องด้านการโปรโมท บุญผะเหวด /หรือบุญผะเวส /หรือบุญพระเวส /เป็นงานบุญขึ้นชื่อของจังหวัดร้อยเอ็ด
ตามตำนานโดยพระเวส หรือพระเวสสันดร เป็นชาติสุดท้ายของพระพุทธเจ้า ที่ได้ทำบุญอันยิ่งใหญ่ บุคคลที่อยู่ในพระเวสสันดรจึงประกอบด้วยองค์ท้าวเวสสันดร /กันหา ชาลี ซึ่งเป็นบุตรสาวและบุตรชาย /และตัวเอกของเรื่องคือ พรามณ์ชูชก และนางอมิตดา เป็นต้น
การทำบุญพระเวสสันดร จึงเป็นการเล่าเรื่องการทำบุญมหาศาลอันยิ่งใหญ่ในชาติสุดท้ายก่อนจะเป็นพระพุทธเจ้าซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ภาพลักษณ์การจัดงานประเพณีผะเหวดจะเปลี่ยนไป เป็นสากลมากขึ้น กิจกรรมที่หลากหลายขึ้น เช่นกรณีการเชิญพระนักเทศน์ก็จะมีการเชิญพระนักเชษฐ์ระดับชาติมาร่วมกิจกรรม การอัญเชิญพระอุปคุต ขึ้นมาจากใต้น้ําที่เป็นสะดือทะเลจําลองก็จะเพิ่มคนอัญเชิญเป็นเจ็ดคนเป็นอย่างน้อย มีการปรับรูปแบบของการแจกทาน ตามตํานานบุญผเวด ของการให้ทาน ให้เพิ่มมากขึ้น
เพื่อสมกับเป็นงานบุญมหาฐานจริงๆ และปัจจัยสำคัญก็คือ ด้านการปรับรูปขบวนแห่ ทุกกระบวนก็จะเพิ่มความอลังการ รวมทั้งการแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง ก็จะมีการปรับรูปแบบใหม่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจของงาน คือชูชก
ซึ่งมีภาพลักษณ์ของการขอทานและเอาแต่ได้ จะมีการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ ให้เป็นชูชกที่มีความเมตตา มาเป็นชูชก ผู้มีแต่ให้มาร่วมขบวน .ให้สอดคล้องการจัดงานที่จะพัฒาไปสู่สากล และไปสู่ประเพณีระดับโลกต่อไป.
นอกจากนั้นเรื่องการอัญเชิญพระเกจิอาจารย์ที่มาร่วมงาน ก็จะให้ สํานักพุทธที่รับผิดชอบด้านการอัญเชิญพระ มาร่วมงาน ก็จะมีการเตรียมแผนประสาน กับ พระสงฆ์จากทั่วประเทศ โดยทั่วอย่างยิ่ง และหากเป็นไปได้และสามารถดำเนินการได้ทันจะมีการดำเนินการ ประสาน นิมนต์พระ ที่เป็นฐานรากของสถาบันพระพุทธศาสนา ต้นแบบจากประเทศอินเดีย มาร่วมงานด้วย
//////// จาก สุพจน์ หินกอง จ.ร้อยเอ็ด /////////











