สุดรันทดหนุ่มดาวน์ซินโดมเลี้ยงดูแม่พิการตามลำพังหลังชาวบ้านลือแม่เป็นปอบ

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 120 หมู่ 6 บ้านโนนสมบูรณ์ ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี หลังได้ทราบว่า มีแม่ลูกพิการทั้งคู่อาศัยอยู่บ้านตามลำพัง ไม่มีอาชีพ อาศัยข้าวก้นบาตร โรงทานตามงานบุญ และเงินคนพิการดำรงชีวิตด้วยกัน 2 คน ส่วนลูก ๆ ที่มีร่างกายปกติต่างแต่งงานแยกครอบครัวไปไม่มาเหลียวแลหรือให้ความช่วยเหลือเลย ซ้ำร้ายชาวบ้านได้ลือกันว่าแม่ที่พิการเป็นปอบ ทำให้ไม่มีชาวบ้านไม่มาใกล้ แต่มีชาวบ้านได้ถ่ายคลิปขณะไปพบลูกชายขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างพาแม่ไปหาหมอที่โรงพยาบาล ซึ่งระยะทางไกลกว่า 10 กม.เป็นที่น่าเวทนา และเกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงอยากให้มีการช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงพบนางเตียง อายุ 74 ปี ซึ่งพิการแขนขวาไร้ความรู้สึกและขยับไม่ได้ พูดจาไม่ชัด และนายพรสวรรค์ อายุ 47 ปี ลูกชาย พิการทางสมองมาแต่กำเนิด และเดินไม่สะดวก แต่สามารถขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วง พาแม่ไปโรงพยาบาลได้ 2 แม่ลูกอาศัยอยู่ในบ้านปูนชั้นเดียว ภายในมีห้องนอน 1 ห้อง ห้องครัว และห้องน้ำ สภาพไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่สะอาด มีกองเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักล้าง และมีกลิ่นปัสสาวะ เนื่องจากผู้อยู่อาศัยเป็นคนพิการ

จากการสอบถามนางเตียง กล่าวว่า มีลูก 5 คน ผู้ชาย 4 คน ผู้หญิง 1 คน นายพรสวรรค์เป็นลูกคนสุดท้องและพิการมาแต่กำเนิด ลูก ๆ ที่มีร่างกายปกติทั้ง 4 คน แต่งงานและแยกครอบครัวไปอยู่ที่อื่นและไม่ติดต่อมาหาเลย ส่วนสามีเสียชีวิต ตนก็อยู่กับนายพรสวรรค์ลูกพิการ 2 คน ต่อมาตนล้มหมดสติ พอฟื้นขึ้นมาร่างกายซีกขวาและแขนขวาไร้ความรู้สึก ทำให้ตนกลายเป็นคนพิการ ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ อาศัยเงินจากเบี้ยคนพิการ คนละ 1,000 บาท ในการดำรงชีวิต
“วันไหนมีข้าว ลูกชายจะหุงหาอาหารให้กิน หากวันไหนไม่มีข้าวกิน ก็ต้องไปขอข้าวก้นบาตรที่วัดมาประทังชีวิต หลวงพ่อที่วัดก็เมตตาให้ข้าวมากิน หากบ้านใดมีงานบุญที่วัดในหมู่บ้าน หรือวัดใกล้บ้าน ลูกชายก็จะขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง พาแม่ไปเอาข้าวโรงทานมากิน ไฟฟ้าก็ไม่มีใช้ ต้องขอพ่วงกับเพื่อนบ้าน จ่ายเดือนละ 100 บาท ส่วนที่ชาวบ้านลือว่าเป็นปอบนั้น ขอปฎิเสธว่าไม่ได้เป็นตาม ที่ชาวบ้านกล่าวหา ฉันแค่เจ็บป่วยเฉยๆ”

นายสมบูรณ์ ดุมเกษม อายุ 55 ปี เพื่อนบ้านที่ให้การช่วยเหลือ กล่าวว่า เดิมตนเปิดกิจการร้านท่อไอเสียอยู่ที่อื่น พึ่งกลับมาเปิดร้านท่อไอเสียที่บ้านเกิด เมื่อ 3 เดือนก่อน ตนขับรถสวนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างแม่ลูกพิการ จึงสังเกตเห็นว่าลูกพิการพาแม่ไปโรงพยาบาลซึ่งอยู่ห่างบ้าน 10 กม. จึงได้เข้าสอบถามและให้ความช่วยเหลือ ให้ของกิน ของใช้ หม้อหุงข้าว บางวันก็มีข้าว บางวันก็ไม่มีข้าว และซ่อมรถจยย.พ่วงข้างให้แข็งแรง เห็นครั้งแรกถึงกับน้ำตาไหล รู้สึกรันทด ไม่น่าจะจนหรือทุกข์ยากขนาดนี้ ยิ่งชาวบ้านมาลือว่าแม่เตียงเป็นปอบ ยิ่งทำให้ชาวบ้านห่างไกลออกไป เมื่อตนไปสัมผัสหรือเข้าไปช่วยเหลือ มั่นใจไม่ได้เป็นปอบตามที่ชาวบ้านลือกัน เวลาตนไปสอบถามเรื่องนี้จากนายพรสวรรค์ ก็จะดูเศร้าเสียใจและน้ำตาซึม

นายสมบูรณ์ กล่าวต่อไปอีกว่า ก่อนหน้านี้ ลูกสาวนางเตียงจะอยู่ที่บ้านหลังนี้ แต่นางเตียงกับนายพรสวรรค์จะไปปลูกกระท่อมอยู่ในป่าช้าตรงข้ามบ้านลูกสาว ต่อมาทางการได้ขุดสระน้ำสาธารณะบริเวณป่าช้า ทำให้สองแม่ลูกต้องมาอยู่บ้านลูกสาว ส่วนลูกสาวได้ไปอยู่บ้านสามีที่ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งลูกทั้ง 4 คนไม่เคยติดต่อกลับมาเลย ส่วนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง อสม. บอกว่าได้มาจากแพทย์หญิงคนหนึ่งเห็นลูกพาแม่ไปหาหมอที่โรงพยาบาล ท่านเห็นเข้าก็รู้สึกสงสาร จึงได้จ้างให้ลูกไปรดน้ำต้นไม้ที่บ้าน และเห็นว่าการเดินทางลำบาก จึงได้ให้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างไว้สำหรับเดินทาง ซึ่งรถก็เก่ามากแล้ว เวลาขับตัวพ่วงก็จะสั่นและพื้นก็ผุ ตนจึงได้นำรถมาซ่อมให้อยู่ในสภาพดี

“ลูกจะต้องใช้รถพาแม่ไปโรงพยาบาลตามหมอนัด หรือวันไหนแม่ไม่สบายก็ต้องพาแม่ไปโรงพยาบาล ตอนไปทำงานบ้านคุณหมอ ก็พอมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว แต่ต่อมาคุณหมอก็มาเสียชีวิต ทำให้ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ ก็ต้องไปหาขอข้าววัดกิน จากนิสัยนายพรสวรรค์เป็นคนที่ไม่ขอใครง่ายๆ อยากทำงานแลกเงิน อยากมีงานทำ แต่ไม่มีคนมาจ้างเพราะสภาพความพิการ ยิ่งมาลือว่าแม่เตียงเป็นปอบยิ่งทำให้ห่างจากชาวบ้าน ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ก็เพียงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยมาดูแล ช่วยเหลือ ให้แม่ลูกพิการคู่นี้ มีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะแม่ต้องชราไปเรื่อยๆ และยิ่งจะลำบากเพราะลูก ๆ ไม่ได้มาดูแล คือสิ่งที่ผมห่วง”

/////////////

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *