หนองบัวลำภู สมาคมเครือข่ายงดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพลงพื้นที่ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า

หนองบัวลำภู กระตุ้นสังคมร่วมปกป้องเด็กและเยาวชนช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมาถึง ขณะที่รัฐเพิ่มเวลาการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ชื่นชมเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาจังหวัดหนองบัวลำภู เสียชีวิตเป็นศูนย์ !!

วันนี้(8 มี.ค.69)ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายสุวรรณกิตต์ บุญแท้ ผู้แทนสมาคมเครือข่ายงดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าววันนี้สมาคมเครือจ่ายงดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ได้มีการประชุมร่วมสานพลังเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อมาชวนเครือข่ายงดเหล้าในจังหวัดหนองบัวลำภู และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกระตุ้นสังคมร่วมปกป้องเด็กและเยาวชนช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมาถึง ขณะที่รัฐเพิ่มเวลาการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ชื่นชมเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาจังหวัดหนองบัวลำภู เสียชีวิตเป็นศูนย์ !! โดยวันนี้ก็มีตัวแทนชุมชนมีตัวแทนสื่อมวลชนที่ทำงานด้านเด็กเยาวชนมาแลกเปลี่ยนกัน ว่ามิติของกฎหมายนี้ ก็มีทั้งแนวกว้างในการเชื่อมโยงกับกฎหมายอื่น ทั้งกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ร.บ.จราจร และก็เชื่อมโยงลงไปในแนวลึกในการทำงานกับชุมชน
นายสุวรรณกิตต์ สมาคมเครือข่ายงดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ กล่าวถึงประเด็นการประชุมในวันนี้ ทำอย่างไรหน่วยงานของรัฐและเครือข่าย จะต้องให้ความสำคัญกับการปกป้องเด็กเยาวชนซึ่งเห็นตรงกันว่าสังคมควรให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนไม่ควรดื่มตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ถ้าอายุไม่เกิน 18 ปีหรือ พ.ร.บ.ควบคุมแอลกอฮอล์ ถ้าไม่เกิน 20 ปีก็ไม่สามารถซื้อได้ และอีกประเด็นที่ที่ประชุมเห็นก็คือการดื่มโดยไม่ละเมิดสิทธิ์คนอื่นอยู่ 2 เรื่องสำคัญก็คือดื่มแล้วไม่ขับ ไม่ไปประสบปัญหาอุบัติเหตุทางถนน และเรื่องการกระทำความรุนแรงทั้ง 3 ประเด็นนี้น่าจะเป็นประเด็นที่เห็นตรงกัน แต่ว่าในที่ประชุมก็เห็นว่าก็น่าจะหาโอกาสให้คนในชุมชนมาลดละเลิก การบริโภคเพื่อลดปัญหาในระยะยาวด้วย ซึ่งจุดเด่นของการขับเคลื่อนในจังหวัดหนองบัวลำภู ก็คือการงดเหล้าเข้าพรรษา ซึ่งกลายเป็นวัฒนธรรมที่แม้แต่คนรุ่นใหม่ก็ถือปฏิบัติ และหนองบัวลำภู ก็เป็นต้นแบบในหลายๆเรื่องโดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาไม่มีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเลย
ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงในส่วนของกฎหมายฉบับใหม่ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 แม้ว่าจะมีกฎหมายลูกที่ออกอีกหลายฉบับ แต่กฎหมายที่บังคับใช้โดยไม่มีกฎหมายรองก็คือเรื่องการห้ามขายที่บุคคลที่ต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งมีโทษปรับที่สูงถึง 100,000 บาท ซึ่งร้านค้าส่วนมากยังไม่รู้โดยเฉพาะร้านค้าในชุมชน วันนี้ก็ได้พูดถึงมาตรการที่จะหาวิธีการสื่อสารให้ร้านค้าในชุมชนมีการรับทราบกฎหมายและปฏิบัติตาม
ส่วนเรื่องที่ 2 ก็คือเรื่องของการใช้สัญลักษณ์ที่ยังเข้าใจว่าเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งกฎหมายนี่ก็ต้องมีการตักเตือนทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการให้มีการปฏิบัติตาม อีกตัวหนึ่งที่มีการผ่อนปรนมากขึ้นก็คือเรื่องยกเลิกการขายในช่วงบ่ายซึ่งอยู่ระหว่างการทดลองว่าบังคับใช้ผ่อนปรนอยู่ ซึ่งทางเครือข่ายเองก็กังวลเรื่องผลกระทบเพราะว่าเวลาช่วงบ่ายเป็นเวลาใช้ชีวิตของเด็กเยาวชน มันมีกรณีเกิดอุบัติเหตุทางถนนเด็กอนุบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เครือข่ายก็ตระหนักเรื่องนี้แล้วก็กำลังหาทางเสนอมาตรการเพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น นอกจากนั้นก็กฎหมายอื่นก็จะรอกฎหมายรองอยู่ซึ่งกำลังเร่งออกมาก็เดี๋ยวถ้ามีความคืบหน้าคงจะมีการนำเสนอต่อเครือข่ายและสังคมต่อไปครับ
นายสุวรรณกิตต์ ตัวแทนสมาคมเครือข่ายงดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ กล่าวถึงการประชุมวันนี้ยังมีการพูดคุยกันเรื่องข้อเสนอช่วงเทศกาลที่กำลังจะมาถึง ก็มีข้อเสนอกันอยู่สัก 4 เรื่องเรื่องแรกก็คือในมาตรา 27 และ 31 ของพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีสถานที่ห้ามดื่มห้ามขาย เช่นวัด สถานที่ราชการ โรงเรียน หรือสวนสาธารณะที่ประชุมก็อยากให้พื้นที่ต่างๆเหล่านี้เป็นพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ที่ปลอดภัยไม่มีการขายการดื่มเพื่อให้เป็นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กเยาวชนและครอบครัว ประเด็นที่ 2 ก็คือเมื่อกฎหมายผ่อนผันให้ขายช่วงบ่ายได้นี่เกรงว่าธุรกิจจะมาจัดร้านเบียร์จัดกิจกรรมกันตั้งแต่ช่วง 11:00 น

ซึ่งการดื่มแบบยาวลึกถึงในช่วงบ่ายนี่ก็จะเป็นช่วงเดียวกับที่มีการใช้ชีวิตของประชาชนแล้วก็อยากให้จังหวัด มีมาตรการป้องกันผลกระทบโดยเฉพาะเรื่องอุบัติเหตุและการทะเลาะวิวาท เรื่องที่ 3 เครือข่ายกังวลเรื่องการขายโดยไม่มีใบอนุญาตซึ่งอันนี้จะเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ก็จะเกี่ยวข้องกับสรรพสามิตจังหวัด ทางเราก็อยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ออกมาเข้มงวดหรือประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบว่าการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องมีใบอนุญาตซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะไปตรวจว่าสามารถออกใบอนุญาตให้หรือไม่ จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นจังหวัดต้นแบบไม่มีสถิติการเสียชีวิต เราก็อยากให้จังหวัดถอดบทเรียนความสำเร็จต่างๆแล้วก็มาบังคับใช้แล้วก็มีปฏิบัติการต่อเนื่องในช่วงสงกรานต์ที่จะมาถึง ประเด็นที่ 4 ตอนนี้กฎหมายให้ความสำคัญกับคนที่อยากเลิกเพราะฉะนั้นก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางเปิดพื้นที่เปิดช่องทางเปิดหน่วยงานขึ้นมาดูแลสำหรับคนที่ได้ไปทดลองแล้วอยากจะเลิกใช้หรืออยากจะลดลงก็อยากให้มีช่องทางการเข้าถึงการลดการบริโภคหรือช่องทางให้คำปรึกษามากขึ้นครับ
นายสุวรรณกิตต์ กล่าวทิ้งท้ายว่าสิ่งที่อยากฝากก็คือประเทศไทยไม่ได้ห้ามดื่มหรือห้ามขายแต่ว่าสิ่งที่เห็นตรงกันทั้งภาคธุรกิจก็คือเรื่องเด็กเยาวชนก็อยากให้ความสำคัญแล้วก็บังคับใช้เรื่องนี้เห็นจริงจัง เพราะว่าปัจจุบันเด็กเยาวชนเกิดน้อยลงทุกวันเราอยากให้ช่วยกันดูแลลูกหลานของเราให้เติบโตไปอย่างมีประสิทธิภาพเพราะว่าเด็กเยาวชนกว่าสมองเขาจะพัฒนาอย่างเต็มที่ก็ 25 ปีเพราะฉะนั้นการมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในช่วงที่เขายังเติบโตทางสมองทั้งร่างกายไม่เต็มที่ก็จะลดทอนความสามารถ แต่ถ้าท่านตัดสินใจดื่มก็อยากให้เคารพสิทธิ์คนอื่นเช่นกันหรือไม่ขัดเรื่องการไม่ทำร้ายคนรุนแรง เราอยากเรียกร้องให้มีการเข้มงวดพื้นที่ห้ามดื่มเงื่อนไขเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับคนที่ไม่เห็นด้วย ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาอยากให้จังหวัดหนองบัวลำภู และภาคีเครือข่ายได้ประชุมร่วมเพื่อหามาตรการในการกำหนดทิศทางที่จะปกป้องเด็กและเยาวชนและการบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง
สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ รายงานข่าวจากจังหวัดหนองบัวลำภู

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *