ภาครัฐจับมือกับภาคเอกชนอุดรเปิด “โครงการ Smart Bamboo และ Biochar พลิกฟื้นผืนดินทอง”

เมื่อเวลา 13.20 น.วันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุม MOC 1 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุดรธานี ถนนอุดรดุษฎี เขตเทศบาลนครอุดรธานี นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้เป็นประธานเปิดการสัมมนา “โครงการ Smart Bamboo และ Biochar พลิกฟื้นผืนดินทอง” และพิธีการ “ลงนามบันทึกความร่วมมือทางการค้า "Pilot Project Smart Bamboo Hub" (MOU) ระหว่างบริษัทอุดรกระจกรถยนต์ จำกัด กับบริษัท อิมเพรสชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยมีนายสมชาย จงบัญญัติ ผอ.สนง.เกษตร และสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี นางสาวยุพาภรณ์ ส้มลิ้ม พาณิชย์จังหวัดอุดรธานี นางศมน ชศัตธาดากุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อุดรกระจกรถยนต์ (UDG Groบp) นายปริญญา เร่งพินิจ CEO บริษัทอุดรกระจกรถยนต์ นางสุกัญญา อุดมกรสิทธกุล CEO บริษัท อิมเพรสชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ บริษัท ยากะตะโนเบิล อกริเทค จำกัด หัวหน้าส่วนราชการ และกรรมการบริหารบริษัททั้ง 2 ให้การต้อนรับจำนวนมาก
นายราชันย์ กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดในยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยความ ร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่า ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน จากการรายงานของ ผอ.สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นตัวแทนของหน่วยงานภาคีเครือข่ายหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่แบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ทำให้ทราบว่าการจัด “โครงการ Smart Bamboo และ Biochar พลิกฟื้นผืนดินทอง”และ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “Pilot Project Smart Bamboo Hub”ในวันนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่แบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่าง คุ้มค่าการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ และการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ไผ่ถือเป็นทรัพยากรชีวภาพที่มีศักยภาพสูง สามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดได้หลากหลายทั้งด้านเกษตรกรรม หัตถกรรม วัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์แปรรูป และผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรม ซึ่งหากได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จะสามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชน รวมถึงส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งอุดรธานีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติสูง โดยเฉพาะการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นความยั่งยืน
การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคเกษตรกรรม ภาคเอกชน โดยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ได้บูรณาการ เพื่อยกระดับไผ่ให้เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่สามารถเชื่อมโยงตั้งแต่การปลูกด้วยระบบเกษตรอัจฉริยะ การแปรรูปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวการพัฒนานวัตกรรม Biochar เพื่อฟื้นฟูดินและลดการปล่อยคาร์บอน ตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบคาร์บอนเครดิตและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและผลักดันสู่การเป็นต้นแบบการ พัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมสมัยใหม่ของจังหวัดอุดรธานีที่สามารถต่อยอดสู่การสร้างให้เกษตรกร การเพิ่มพื้นที่เขียวและยกระดับสู่การเป็นเมืองต้นแบบด้านเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต
สำหรับโครงการSmart Bamboo Hub ถือเป็นตัวอย่างของการบูรณาการ อย่างเป็นรูปธรรม จากพื้นที่นำร่อง 30 ไร่ ที่อำเภอหนองหาน สู่การเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมผ่านระบบดิจิทัลApplication YKT2024ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด Smart Agriculture to Smart Factory อย่างแท้จริง ที่สำคัญการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเชิงระบบที่จะสร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่ให้กับภาคอุตสาหกรรมไผ่ของจังหวัดอุดรธานี ทั้งในด้านการผลิต การแปรรูป การตลาด และการต่อยอดสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG และเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ
“ผมขอชื่นชม คณะผู้บริหารและทุกภาคส่วนที่มีวิสัยทัศน์ กล้าคิด กล้าลงมือทำ และร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงในวันนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะสามารถขยายผลสู่เป้าหมาย 1,500 ไร่ ภายในปี 2572 และก้าวสู่การเป็นต้นแบบระดับภูมิภาคในอนาคต ในโอกาสนี้ ผมขออวยพรให้ความร่วมมือครั้งนี้ประสบความ สำเร็จเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดอุดรธานีได้เติบโต อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”
//////////////////////////////











