ปทุมธานี “จ่าคิงส์ แตงทิมสะพานใหม่”นำผู้เสียหายถูกหลอกไปทำงานออสเตรเลียเข้าพบผู้การฯปทุมธานีเผยผู้เสียหายมากกว่า50“รายและมีการอ้างดาราดังช่วยโปรโมท

เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 10 มีนาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ นำชาวบ้านผู้เสียหายจากการถูกบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี หลอกไปทำงานออสเตสเลีย 6 เดือนและหลอกเงินค่าใช้จ่ายไปกว่า 3 ล้านบาทโดยมีผู้เสียหายในหลายจังหวัดได้มีการแจ้งความเอาไว้แล้วจำนวนมาก โดยมี พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เข้ารับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวที่ห้องประชุม กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี

โดยนางสาวฉัตรชนก เสตพงษ์ อายุ37 ปี ผู้เสียหายชาวจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่าตนเองถูกหลอกให้สมัครไปทำงานต่างประเทศในตำแหน่งแม่บ้านแคนทีน หรือแม่บ้านโรงงาน โดยบริษัทอ้างว่าเป็นงานที่มีรายได้สูงประมาณ 80,000 ถึง 100,000 บาทต่อเดือน ทำให้เธอสนใจและเชื่อถือ เนื่องจากการนำเสนอของบริษัทดูน่าเชื่อถือ มีการระบุว่ามีนายจ้างมาเซ็นสัญญา มีการเชิญนายจ้างมาเกี่ยวข้องกับโครงการ อีกทั้งยังมีดาราช่องดังมาเป็นพรีเซนเตอร์และร่วมเดินทางไปในกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่มียอดผู้เข้าชมจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอเชื่อมั่นว่าเป็นโอกาสจริงในการไปทำงานต่างประเทศเพื่อสร้างอนาคตให้กับตัวเองและครอบครัว
ด้วยความตั้งใจที่จะไปทำงานให้ได้ตนจึงตัดสินใจจ่ายเงินตามที่บริษัทเรียกเก็บ โดยหลังจากจ่ายเงินก้อนแรกไปแล้ว บริษัทก็เร่งให้จ่ายเงินก้อนถัดไปเพิ่มเติม แต่ในช่วงเวลานั้นเธอไม่มีเงินเพียงพอ จึงตัดสินใจขายรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งเป็นรถ Toyota Yaris ที่ซื้อมาในราคา 400,000 บาท อย่างไรก็ตาม ตนต้องจำใจขายในราคาต่ำเพียง 80,000 บาท เพื่อนำเงินมาจ่ายให้กับบริษัท โดยเชื่อว่าหลังจากจ่ายเงินครบแล้วจะสามารถเดินทางไปทำงานต่างประเทศได้อย่างแน่นอน
แต่ในที่สุดกระบวนการกลับไม่เป็นไปตามที่บริษัทกล่าวอ้าง เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับการเดินบัญชีธนาคารที่บริษัทเป็นผู้จัดการให้ ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ของสถานทูต เพราะสถานทูตสามารถตรวจสอบประวัติทางการเงินย้อนหลังได้ และพบว่ามีการนำเงินเข้าบัญชีเพียงชั่วคราวแล้วถอนออกทันที ทำให้ดูเหมือนเป็นการสร้างยอดเงินในบัญชีเพื่อให้ผ่านเงื่อนไข ทั้งที่ในความเป็นจริงผู้เสียหายไม่ได้มีเงินจำนวนดังกล่าวอยู่จริง จึงไม่ผ่านการพิจารณาและไม่สามารถเดินทางไปทำงานต่างประเทศได้
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากต้องเสียเงินจำนวนมากและยังต้องขายรถยนต์ของตัวเองไปแล้ว ปัจจุบันเธอไม่มีรถใช้ อีกทั้งยังประสบปัญหาภายในครอบครัว เพราะตนตัดสินใจดำเนินการทุกอย่างโดยไม่ได้ปรึกษาคนในครอบครัวก่อน ทำให้ครอบครัวไม่พอใจและไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น จนทำให้เธอไม่มีที่อยู่อาศัยและต้องออกมาหาที่พึ่งพิงจากผู้อื่น
ท้ายที่สุดจึงตัดสินใจเดินทางจากจังหวัดนครสวรรค์เข้ามาขอความช่วยเหลือจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ช่วยดำเนินเรื่องร้องเรียนและติดตามความเป็นธรรม พร้อมทั้งฝากเตือนประชาชนคนอื่น ๆ ที่อาจตกอยู่ในสถานการณ์คล้ายกันว่า หากเป็นผู้เสียหายแล้วไม่กล้าออกมาเปิดเผยหรือร้องเรียนเพราะกลัวบริษัท อาจต้องเผชิญกับความเดือดร้อนอย่างหนักเหมือนกับที่เธอกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ และหวังว่าการออกมาเล่าประสบการณ์ของเธอจะช่วยให้คนอื่นระมัดระวังและไม่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงในลักษณะเดียวกันอีก
ในขณะที่นายพรนพล โต๊ะบุรินทร์ อายุ 32 ปี ผู้เสียหายกล่าวว่าวันนี้ตนมาในฐานะตัวแทนของผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้ไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลียพวกเราทุกคนที่ตกเป็นผู้เสียหายในครั้งนี้ต่างก็มีความฝันเหมือนกัน คืออยากไปทำงานต่างประเทศเพื่อหารายได้มาช่วยเหลือครอบครัวและยกระดับคุณภาพชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้น ผู้เสียหายหลายคนในกลุ่มของตนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน บางคนพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงินมาจ่าย เพราะเชื่อว่าจะได้ไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สาเหตุที่พวกเราหลงเชื่อก็เนื่องจากได้พบเพจที่มีการโฆษณาในลักษณะที่ดูน่าเชื่อถือ มีการจัดให้มีการทดสอบงาน และมีบุคคลที่อ้างว่าเป็นนายจ้างมาดูการทดสอบ นอกจากนี้บริษัทดังกล่าวยังอ้างว่าสามารถดำเนินการส่งคนไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และทำลักษณะนี้เป็นประจำ จากพฤติการณ์ดังกล่าวทำให้พวกเราหลายคนเชื่อถือ รวมถึงตัวผมเองด้วย
ในตอนแรกตนมีเงินติดตัวเพียง 5,000 บาท และได้จ่ายเงินจำนวนนี้เพื่อทำ Resume เพราะเข้าใจว่าการสมัครงานต่างประเทศจำเป็นต้องมีเอกสารแนะนำตัวในรูปแบบดังกล่าว ต่อมาบริษัทแจ้งว่าตนผ่านการทดสอบงานแล้ว แต่ต้องชำระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการดำเนินการ ซึ่งบริษัทได้ใช้วิธีกดดันว่า หากไม่สามารถนำเงินมาชำระส่วนที่เหลือได้ภายในเวลาที่กำหนด เงินมัดจำ 5,000 บาทที่จ่ายไปแล้วจะถูกริบและถือเป็นโมฆะ ทำให้ผมต้องพยายามหาเงินมาจ่ายเพิ่มอีกมากกว่า 50,000 บาท เพราะเสียดายเงินมัดจำและยังคงมีความหวังว่าจะได้ไปทำงานจริง
ซึ่งตนมีอาชีพเป็นไรเดอร์ รายได้แต่ละบาทต้องแลกมาด้วยความยากลำบาก เงินจำนวนดังกล่าวบางครั้งต้องใช้เวลาทำงานเก็บออมเป็นเวลานานถึง 2 ปีจึงจะเก็บได้ แต่สุดท้ายก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อจ่ายให้กับบริษัท เพราะหวังเพียงว่าจะได้ไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายและสร้างอนาคตที่ดีขึ้น
ในวันนี้ตนอยากฝากถึงผู้เสียหายคนอื่น ๆ ที่อาจจะถูกกระทำในลักษณะเดียวกันว่า ขอให้ออกมาแสดงสิทธิ์ของตนเอง และเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะการนิ่งเฉยอาจทำให้บริษัทลักษณะนี้ยังคงดำเนินพฤติกรรมเดิมต่อไป และอาจมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต และ สิ่งที่ทำให้หลายคนหลงเชื่อคือบริษัทมีการสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ ทั้งหน้าเพจโฆษณา และมีสำนักงานที่สามารถเดินทางไปติดต่อได้จริง ทำให้หลายคนเชื่อถือและยอมจ่ายเงิน ที่สำคัญคือปัจจุบันบริษัทดังกล่าวยังคงเปิดดำเนินการตามปกติ ซึ่งอาจทำให้มีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นได้อีกในอนาคต
ทางด้าน จ่าคิงส์ แตงทิมสะพานใหม่ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ตนได้มีโอกาสเข้าหารือกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย ภายหลังจากมีประชาชนจำนวนหนึ่งเข้าร้องเรียนให้ตรวจสอบบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานีจึงอยากให้กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพาณิชย์ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า บริษัทดังกล่าวมีการจดทะเบียนและดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ในส่วนของรายละเอียดคดีนั้นต้องการให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสินข้อเท็จจริงว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด โดยในเบื้องต้นมีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาร้องเรียนแล้วประมาณสิบกว่าราย และคาดว่าอาจมีผู้ได้รับความเสียหายเพิ่มเติมอีกประมาณ 30–40 ราย
ทั้งนี้ ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีได้พิจารณาในเบื้องต้นว่า คดีดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง และขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด เนื่องจากปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นภัยสังคมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ไม่เพียงแต่ในจังหวัดปทุมธานีเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบต่อประชาชนในระดับประเทศอีกด้วย
ส่วนทางด้าน พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่าเบื้องต้นได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายที่อ้างว่าถูกบริษัทแห่งหนึ่งหลอกลวงว่าจะจัดส่งไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย และมีการโอนเงินให้กับบริษัทไปแล้ว แต่ไม่ได้เดินทางตามที่กล่าวอ้าง อีกทั้งเมื่อทวงถามก็ไม่ได้รับเงินคืน ขณะนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนว่าเข้าข่ายความผิดใดบ้าง หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เสียหายและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้กับผู้อื่นอีก
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น เจ้าหน้าที่จะต้องสอบสวนและตรวจสอบพยานหลักฐานก่อน เพื่อพิจารณาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทหรือการกระทำดังกล่าวจริงหรือไม่ หากพบว่ามีส่วนร่วมก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.











