จังหวัดสิงห์บุรีเตรียมพัฒนา “หนองอ้อ” เป็นแก้มลิง แก้ปัญหาน้ำท่วม–น้ำแล้ง หนุนเกษตรกว่า 7,000 ไร่


วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ เกี๊ยวเกิด นายอำเภออินทร์บุรี นายธวัชชัย บุญแก้ววรรณ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสิงห์บุรี นายบุญฤทธิ์ จำปาเงิน ชลประทานจังหวัดสิงห์บุรีและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหนองอ้อ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่างาม และตำบลทองเอน อำเภออินบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อศึกษาความเหมาะสมและเตรียมผลักดันการพัฒนาเป็นแหล่งกักเก็บน้ำของจังหวัดสิงห์บุรี

เตรียมผลักดันโครงการพัฒนาพื้นที่ “หนองอ้อ” หรือ “บึงอ้อ” ให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำสาธารณประโยชน์ในรูปแบบ “แก้มลิง” เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ พร้อมสร้างประโยชน์ด้านการเกษตรและการใช้ประโยชน์ของชุมชนในระยะยาว โดยมีนายฐิติพงศ์ ศักดิ์ชัยสมบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่างาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทองเอน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนอำเภออินทร์บุรี
สำหรับพื้นที่โครงการมีขนาดประมาณ 267 ไร่ เป็นที่ดินของหลวงที่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ร.) และได้มีการปักหมุดเขตพื้นที่ไว้อย่างชัดเจน โดยมีแผนดำเนินการ ขุดลอกหน้าดินประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำสำหรับใช้ในฤดูแล้งและรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดในการจัดสรรพื้นที่บางส่วนให้เป็น สวนสาธารณะเพื่อการพักผ่อนของประชาชน รวมทั้งใช้เป็นที่ตั้ง สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทองเอนแห่งใหม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนโดยรอบอย่างหลากหลาย
ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จ คาดว่าจะสามารถสนับสนุนและช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรในบริเวณใกล้เคียงได้ประมาณ 7,000 ไร่ ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำและเสริมสร้างเศรษฐกิจภาคการเกษตรของพื้นที่
ในส่วนของการจัดการผลกระทบ เนื่องจากปัจจุบันมีประชาชนบางส่วนเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพื่อทำการเกษตรและอยู่อาศัย จังหวัดจึงได้มอบหมายให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเชิญประชาชนมาหารือ เพื่อสร้างความเข้าใจและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน
สำหรับผู้ยากไร้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งพิจารณาจากฐานข้อมูล TP MAP จังหวัดจะพิจารณาแนวทางช่วยเหลือผ่านโครงการของหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมที่ดิน หรือสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ขณะเดียวกันยังมีแนวคิดส่งเสริมการสร้างอาชีพใหม่ โดยสนับสนุนการจัดตั้ง กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เช่น การเลี้ยงปลาในกระชัง หรือกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้ประชาชนที่เคยใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวได้มีโอกาสเข้าร่วมกลุ่มและสร้างรายได้ทดแทน
ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้เน้นย้ำให้มีการออกแบบโครงการอย่างชัดเจน ทั้งก่อนและหลังการขุดลอก เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพการใช้ประโยชน์พื้นที่ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *