อุทยานหมู่เกาะพีพีแจงเดลินิวส์ออนไลน์พาดอ่าวมาหยาเจอเจ้าหน้าที่จดนับยอดรายได้ใส่ฝ่ามือจำนวนคลาดเคลื่อนมีขั้นตอนจัดเก็บรายได้ยากต่อการทุจริต

อุทยานหมู่เกาะพีพีแจงเดลินิวส์ออนไลน์พาดอ่าวมาหยาเจอเจ้าหน้าที่จดนับยอดรายได้ใส่ฝ่ามือจำนวนคลาดเคลื่อนมีขั้นตอนจัดเก็บรายได้ยากต่อการทุจริต 6 เดือนปี 69 มีรายได้ 394,884,809 บาท
เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 21.30 นาฬิกา นายแสงสุรี ซองทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ กล่าว่า ตามที่สื่อสังคมออนไลน์เดลินิวส์โพสข่าว ชุดเฉพาะกิจป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. อันดามัน บุกฟ้าแลบอ่าวมาหยา เจอเจ้าหน้าที่จดนับยอดรายได้นักท่องเที่ยวใส่ฝ่ามือ นับจำนวนคลาดเคลื่อน ร้องขอ สุชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เอาจริงปิดช่องโหว่เก็บเงินสดเสี่ยงทุจรติซ้ำซาก
นายแสงสุรี กล่าวว่า โพสข่าวดังกล่าวขอเรียนว่า อ่าวมาหยาเป็นหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี หมู่ที่ 7 บ้านเกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ซึ่งปัจจุบันทางอุทยานมีขั้นตอนการจัดเก็บรายได้ ที่ยากต่อการทุจรติของเจ้าหน้าที่ดังนี้ 1.เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวบริเวณอ่าวมาหยา จะต้องผ่านการตรวจนับจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ บริเวณท่าเทียบเรือลอยน้ำอ่าวโล๊ะซามะ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนผ่าน โดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจขณะนักท่องเที่ยวลงจากเรือ โดยการนับจะแบ่งนักท่องเที่ยวออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่ นักท่องเที่ยวชาวไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจนับจะทำการแยกนับเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงแจ้งข้อมูลสำคัญอื่นๆเช่น ชื่อไกด์ ชื่อเรือ บริษัทเรือ เป็นต้น และแจ้งทางวิทยุสื่อสารเนื่องจากเป็นวิธีที่เร็ว และได้ยินทั่วกัน และเจ้าหน้าที่ประจำจุดเก็บจะทำการจดบันทึกเพื่อตรวจสอบกับผู้แจ้งจำนวน
นายแสงสุรี กล่าวอีกว่า 2.เมื่อมัคคุเทศก์หรือบริษัทมอบหมายเดินเข้ามายังพื้นที่อ่าวมาหยา จะพบจุดที่ 2 คือจุดเก็บเงินรายได้ และจะต้องแจ้งจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด และแสดงหลักฐานการชำระ กรณีที่มีการชำระค่าบริการมาแล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่ประจำจุดจัดเก็ยเงินรายได้จะทำการตรวจเช็คจากข้อมูลที่ได้จากจุดที่ 1 หรือจุดตรวจนับ ว่าตรงกันหรือไม่ 3.กรณีตรวจสอบแล้วพบว่าจะนวนนักท่องเที่ยว ที่เจ้าหน้าที่นับได้และผู้แจ้งจำนวนตรงกันแล้ว ก็จะทำการตรวจสอบค่าบัตรบริการ หรือใบเสร็จที่มีการซื้อผ่านระบบอีติกเก็ต กรณีมีความถูกต้องตามจำนวนนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ก็จะทำการฉีกหางบัตร และสแกนคิวร์อาร์โค้ต พร้อมลงลายมือชื่อ และเลือกเข้าพื้นที่แล้วในระบบ หากพบว่าหลักฐานการชำระมีไม่ครบตามจำนวนที่นักท่องเที่ยวมาจริง จะทำการให้ผู้แจ้งซื้อบัตรบริการเพิ่มเติม กรกร๊ที่พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เจ้าหน้าที่นับกับจำนวนที่ผู้แจ้งไม่ตรงกัน เจ้าหน้าที่จะให้ผู้แจ้งนำหลักฐานรายชื่อนักท่องเที่ยวมาแสดง หากยังไม่สิ้นสงสัยเจ้าหน้าที่จะทำการนับใหม่อีกครั้งขณะขึ้นเรือ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะยึดจำนวนที่เจ้าหน้าที่นับเป็นหลัก
นายเสงสุรี กล่าวต่อไปว่า 4.เมื่อนักท่องเที่ยวออกจากแหล่งท่องเที่ยวอ่าวมาหยาแล้ว และนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่อยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ จะพบกับจุดตรวจนับและจุดจัดเก็บสำหรับตรวจเช็คอีกครั้ง ทั้งนี้ขอเรียนว่าที่ผ่านมาทางอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการจัดเก็บเงินรายได้ และได้ปฏิบัติตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ว่าด้วยการนำส่ง การเก็บรักษา และการใช้จ่ายเงินเพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูและบำรุงรักษาอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรุกขชาติ ปี 2564 รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำ จากคณะตรวจสอบการจัดเก็บเงินรายได้จากหน่วยงานตรวจสอบทุกหน่วยอยู่เสมอ


นายแสงสุรี กล่าวในตอนท้ายว่า ส่วนรายได้ที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ได้มีการจัดเก็บรายได้จากสถิติของประจำเดือนมีนาคม 2569 ดังนี้ จัดเห็บ ณ แหล่งมท่องเที่ยว เป็นเงินจำนวน 54,779,380 บาท จัดเก็บผ่านอีติกเก็ต จำนวน 9,688,330 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 64,467,710 บาท และสถิติเงินอุดหนุนอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารรหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – วันที่ 31 มีนาคม 2569 เดือนตุลาคม จำนวน49,701,325 บาท เดือนพฤศจิกายน จำนวน 61,493,320 บาท เดือนธันวาคม จำนวน 70,875,469 บาท เดือนมกราคม 75,628,025 บาท เดือนกุมภาพันธ์ จำนวน 72,718,960 บาท และเดือนมีนาคม จำนวน 64,467,710 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 394,884,809 บาท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *