พระธรรมคุณาภรณ์ – คุณน้ำผึ้ง เททองหล่อ “องค์พระแก้วสารพัดนึก” วัด อ.อ๊อด ที่อุดร

พระธรรมคุณาภรณ์ – คุณน้ำผึ้ง เททองหล่อ “องค์พระแก้วสารพัดนึก” วัด อ.อ๊อด ที่อุดร
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 3 เมษายน 2569 ที่วัดโพธิสว่าง (วัดน้อยหรือวัดอาจารย์อ๊อด) ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี ได้มีพิธีเททองหล่อ “องค์พระแก้วสารพัดนึก” ขึ้นโดยมีพระธรรมคุณาภรณ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 วัดไตรมิตรวิทยาราม กทม. เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ มล.ณฐกา กิติยากร (คุณน้ำผึ้ง) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมีพระชั้นผู้ใหญ่ทั้งใน กทม.,อุดรธานี,หนองคาย,นครพนม,เลย ,มหาสารคาม และข้าราชการพ่อค้าประชาชนมาร่วมจำนวนมาก อาทิเช่น

พระธรรมวชิรนายก เจ้าคณะภาค 8 กทม.พระพรหมวัชรคุณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี
พระเทพวัชรธรรมภาณี รองเจ้าคณะภาค 8 กทม.พระราชวชิรเมธี รองคณะภาค 9 กทม.พระสารคามมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 จ.มหาสารคาม พระครูธรรมสโมธาน ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี พระครูประทุมพิทักษ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเมืองอุดรธานี พระครูวินิตคุณวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอหนองวัวซอ จ.อุดรธานี พระครูอุดมสิทธิกิจ รองเจ้าคณะอำเภอเมืองอุดรธานี พระครูสุตเจติยานุรักษ์ ผช.เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร นครพนม พระมหาใจ เขมจิตโต ป.ธ.9 ผช.เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม กทม.
ฝ่ายฆราวาสนำโดยนายชวิศ ป้องขันธ์ นอภ.เป็นตัวแทน ผวจ.อุดรธานี นายเรืองไชย สุขเกษม (อ.อ๊อด) ประธานคณะจัดงาน นำพ่อค้าประชาชน ทั้งจาก กทม., ชลบุรี,อุดรธานี,นครพนม,หนองคาย,เลย,หนองบัวลำภู,มหาสารคาม และประเทศ สปป.ลาว มาร่วมจำนวนมากพิธีได้เริ่มด้วยพิธีสงฆ์

เสร็จแล้ว ก็เป็นพิธีเททอง โดยทองที่ใช้ในการเทสำหรับหล่อหน้าพระพุทธรูป “พระแก้วสารพัดนึก” ในพิธีนี้มีน้ำหนัก 36.83 บาท โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนให้ พระธรรมคุณาภรณ์ ประธานฝ่ายสงฆ์ และคุณน้ำผึ้ง ประธานฝ่ายฆราวาส เทลงเบ้าทั้ง 2 เบ้า
ก่อนหน้านี้นายเรืองไชย สุขเกษม (อ.อ๊อด) ประธานคณะจัดงาน ได้เปิดเผยว่า สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานเททอง “องค์พระแก้วสารพัดนึก” ในครั้งนี้ เพื่อเป็นรำลึกนึกถึงพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ที่เคยมาบูรณะองค์พระธาตุพนมเมื่อปี 2233 ก็คือเจ้าราชครูหลวงโพนทะเม็กหรือเจ้าราชครูขี้หอม มาจากประเทศลาวได้นำคนลาวทั้งหมด500 คนเพื่อบูรณะพระธาตุพนมเมื่อบูรณะเสร็จแล้ว ท่านได้สร้างพระยอดแก้วดวงธรรม หรือพระแก้วสารพัดนึก เอาไว้ที่พระธาตุพนมไว้ให้คนกราบไหว้ เนื่องจากว่าชาวไทยและชาวลาว ทั้งทางฝั่งแม่น้ำโขงนี้เชื่อว่าพระสุรังคธาตุคือกระดูกหน้าอกนั้นอยู่ที่พระธาตุพนม เพราะฉะนั้นมีความเชื่อว่ากระดุกที่อยู่ติดกับหน้าอกนั้นจะอยู่ใกล้กับหัวใจ จึงมีความเชื่อว่า หัวใจพระพุทธเจ้าอยู่ที่พระธาตุพนม จึงมากราบไหว้สักการะบูชา เพื่อของพรกับพระธาตุพนม
แต่ตำรานั้นกล่าวไว้ว่าองค์พระธาตุพนมนั้นใครผู้ใดไปกราบไหว้จะต้องปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ โดยการกำหนดจิตถึงพระยอดแก้วดวงธรรม นี่คือชื่อเต็ม แต่พอเป็นภาษาลาวนั้นแปลว่าพระแก้วสารพัดนึก จึงใช้พระแก้วสารพัดนึกนี่ยึดเหนี่ยวจิตใจมาตลอดเป็นหลายร้อยปีมาแล้ว ซึ่งเทียบกันว่า ถ้าใครผู้ใดได้กราบไหว้พระแก้วสารพัดนึกนี่ที่พระธาตุพนมที่บรรจุในนั้น และอธิษฐานจิตจะเกิดความสำเร็จทุกคน นี่คือที่มาของการสร้างพระแก้วสารพัดนึก
อ.อ๊อด กล่าวต่อไปว่าตนได้เรียนตำรานี้มาจากหลวงปู่คำคะนิง แต่ไม่ได้ไปเรียนต่อจากพระครูหลวงโพนสะเม็กเพราะอายุห่างกันหลายร้อยปี เพราะมาสร้างบูรณะเมื่อปี 2233นั้นก็ 336 ปีแล้ว ซึ่งตนก็ได้ไปเรียนที่บ้านที่หลวงปู่อยู่ ตรงข้ามกับวัดนี้ที่เป็นอยู่อาศัยของฤๅษีคำคะนิง อยู่ ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้บวช เป็นป่ามะม่วง จากนั้นเมื่อท่านบวชแล้วก็ได้ศึกษาเล่าเรียนกับหลวงปู่สำเร็จลุน สุดท้ายได้ย้ายจากประเทศลาวมาอยู่ที่โขมเจียม อุบลราชธานี ตนก็ได้ไปศึกษาเล่าเรียนตรงนั้น อยู่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ไปพักอยู่ที่พิบูลย์มังสาหาร ได้ไปฝึกไปเรียนกับหลวงปู่คำนิล ช่วงสั้น ๆ ดังนั้นก็เอาตำรามาศึกษาเล่าเรียนอยู่

เมื่อค้นคว้าแล้ว ไปเจอพระยอดแก้วดวงธรรมที่องค์พระธาตุพนม จึงมีความคิดว่าอยากจะสร้างพระนี้ให้คนกราบไหว้เป็นที่สักการะบูชาแล้วจะทำเหมือนที่ประเทศพม่าวัดมันดาเล คือคนมาเช็ดหน้าเช็ดตาล้างหน้าแล้วก็ถวายข้าวมธุปายาส อันนี้ก็เช่นเดียวกันก็จะทำที่นี่โดยการเช็ดหน้าพระพุทธรูปแล้วก็ถวายข้าวมธุปายาสเพื่อเป็นการจูงใจให้คนเข้ามาสู่พระพุทธศาสนามาปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นการดึงคนเข้าสู่วัดในการปฏิบัติธรรม นี่คือวัตถุประสงค์ความตั้งใจที่ตนอยากจะทำตรงนี้ขึ้นมา
///////////////////////














