ตัวแทนเกษตรกรใน จ.พิษณุโลก กว่า 200 คน มารวมตัวยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าฯ สะท้อนปัญหาต้นทุนพุ่ง น้ำมัน–ปุ๋ยแพง กระทบราคาข้าวเปลือก วอนรัฐเร่งช่วยเหลือด่วน

ตัวแทนเกษตรกรใน จ.พิษณุโลก กว่า 200 คน มารวมตัวยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าฯ สะท้อนปัญหาต้นทุนพุ่ง น้ำมัน–ปุ๋ยแพง กระทบราคาข้าวเปลือก วอนรัฐเร่งช่วยเหลือด่วน
ที่ โดมหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นาย เกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงมาจากศาลากลาง เพื่อรับเรื่อง และฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ที่ได้เดินทางมารวมตัวกันอย่างสงบ จำนวนประมาณ 200 คน เพื่อยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดไปยังรัฐบาล โดยมี ร้อยเอก อุบล พุทธรักษ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ คนที่ 1 และประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก เป็นตัวแทนยื่นหนังสือ สะท้อนสถานการณ์ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าจ้างรถเกี่ยวข้าวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันราคาปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเพาะปลูก ก็ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 500 บาทต่อกระสอบ ทำให้เกษตรกรมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ เกษตรกรยังได้รับผลกระทบจากราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยว แต่โรงสีและท่าข้าว ก็ลดการรับซื้อ ส่งผลให้ราคาข้าวมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทบต่อรายได้และความมั่นคงทางอาชีพของเกษตรกร
ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกร ใน จ.พิษณุโลก ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ ประกอบด้วย
1.ขอให้ควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกินลิตรละ 40 บาท
2.ขอให้ควบคุมราคาปุ๋ยยูเรียให้ไม่เกินกระสอบละ 900 บาท
3.ขอให้กำหนดราคารับซื้อข้าวเปลือกเจ้า (ความชื้นไม่เกิน 25%) อย่างน้อยตันละ 10,000 บาท
4.ขอรับการสนับสนุนค่าปัจจัยการผลิตในอัตราไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกินรายละ 20 ไร่
ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้รับหนังสือดังกล่าว และกล่าวว่า พร้อมรับฟังข้อเสนอและข้อเรียกร้องของเกษตรกร โดยจะรวบรวมข้อมูลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอไปยังรัฐบาลพิจารณาให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป
นาย ละออง มากชุ่ม อายุ 73 ปี ชาวนาจากบ้านวังแร่ ม.3 ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ตนทำนา 15 ไร่ ราคาข้าวปีนี้ราคาถูกมาก เกี่ยวข้าวรอบนี้ได้ข้าว 19 ตัน ขายได้ตันละ 5,300 บาท หักต้นทุนทุกอย่างแล้ว เหลือกำไรจากข้าวรอบนี้ 4,000 กว่าบาท ค่าน้ำมันขึ้น ค่ารถเกี่ยวข้าว เคยเกี่ยว 450 บาทต่อไร่ รอบนี้ขึ้นมาไร่ละ 550 บาท ต่อไร่ ค่าอะไรก็ขึ้นราคาหมดทุกอย่าง แต่ราคาข้าวไม่ขึ้น และพื้นที่นาข้าวขอตนเองอยู่ในพื้นที่บางระกำโมเดล จำต้องวางแผนในการปลูกข้าวรอบใหม่ เพราะจะต้องปลูกไม่เกินเดือนเมษายน เพื่อจะเก็บเกี่ยวให้ทันก่อนสิ้นเดือนสิงหาคม ไม่เช่นนั้นจะมีน้ำหลากท่วมทุ่ง ยังตัดสินใจอยู่ว่าจะทำนาปรังรอบที่สองดีหรือไม่ ตอนนี้ก็จุดฝางไม่ได้ ถ้าหมักฟางต้องใช้เวลา 3 สัปดาห์ เพราะต้นทุนขึ้นทุกอย่าง ค่าปั่น ค่าจ้างย่ำนา ค่าน้ำมันก็ขึ้น เพราะต้องใช้น้ำมันสูบน้ำเข้านา คิดแล้ว ถ้าทำไปแล้ว เกี่ยวข้าวไม่ทันน้ำที่ปล่อยเข้าทุ่ง ก็จะยิ่งขาดทุนไปใหญ่

ด้าน นาง วรรณา งามนิล บ้านวังขึ้เหล็ก ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ทำนา 40 ไร่ เปิดเผยว่า เกี่ยวข้าวหมดแล้ว ได้ตันละ 5,200-5,400 เป็นราคาที่ขาดทุน ค่าน้ำมัน ค่าเกี่ยว ค่าปั่นข้าว ขึ้นหมด และรอบต่อไปก็ยังต้องทำนาต่อ เพราะตนไม่รู้จะทำอะไร วันนี้มาเรียกร้อง อยากให้ราคาข้าวขึ้น และอยากให้ราคาน้ำมันลงหน่อย และต้องรีบลงมือทำนาปรังรอบที่สองแล้ว เพราะตนอยู่ในเขตลุ่มต่ำบางระกำโมเดล เดี่ยวไม่ทันเกี่ยวข้าวน้ำจะท่วมอีก ท่วมครั้งนึงก็นาน 4 เดือน กว่าจะได้ทำนาอีกรอบก็นานมาก









