ตำรวจชายแดนกระบี่จับกุมพ่อค้ายาบ้ารายใหญ่ 2 จังหวัดได้ของกลาง 4 พันกว่าเม็ดยาไอซ์ 23. 4 กรัม

ตำรวจชายแดนกระบี่จับกุมพ่อค้ายาบ้ารายใหญ่ 2 จังหวัดได้ของกลาง 4 พันกว่าเม็ดยาไอซ์ 23. 4 กรัมรถยนต์กระบะ 1 คันรวมมูลค่าทรัพย์สิน 769,998.40 บาท
เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 เวลา 12.00 นาฬิกา พันตำรวจตรี ณรงค์ อ่อนทอง ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 426 จังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ด้วยเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา พร้อมด้วยร้อยตำรวจโท ปัญญาวี ทองจิตร หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 426 นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายฐิติศาสตร์ หรือเป็ด จันทร์ศรีนาค อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 8 ตำบลไทรทอง อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ ได้ที่บริเวณเหตุริมถนนสายนานอก – บางขนุน หมู่ที่ 4 บ้านบางขนุน ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ต่อเนื่องหน้าบ้านเลขที่ 128 / 2 ซอยคลองหินพัฒนา 1 / 9 หมู่ที่ 7 บ้านคลองหิน ตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ต่อเนื่องที่ทำการชุดปราบปรามยาเสพติดกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 426 จังหวัดกระบี่ บ้านตลาดเก่า ตำบลกระบี่ใหญ่ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ และต่อเนื่องในสวนปาล์มน้ำมัน หมู่ที่ 8 ตำบลไทรทอง อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
สามารถยึดของกลางเป็นยาบ้า จำนวน 4,350 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 23.4 กรัม รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้ารีโว่สีขาว ทะเบียน บร – 6090 กระบี่ ราคาประมาณ 700,000 บาท สมุดเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำนวน 1 เล่ม ชื่อบัญชีนายฐิติศาสตร์ หรือเป็ด จันทร์ศรีนาค มียอดเงินฝากอยู่จำนวน 54,998 บาท 40 สตางค์ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน จำนวน 1 เครื่อง ราคาประมาณ 15,000 บาท รวมราคาทรัพย์สินประมาณ 769,998.40 บาท
พันตำรวจตรี ณรงค์ เปิดเผยอีกว่า จากการสอบสวนปากคำในเบื้องตจ้น นายฐิติศาสตร์ ให้การรับสารภาพว่า ได้สั่งซื้อยาบ้ามาจากพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ชื่อนายตั้ม ไม่ทราบชื่อสกุลจริง อยู่ในพื้นที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยล่าสุดรับยาบ้ามาจำนวน 20,000 เม็ด ราคา 420,000 บาท และยาไอซ์ จำนวน 100 กรัม ราคา 20,000 บาท และติดต่อกับเครือข่ายนี้มาแล้วจำนวน 2 ครั้ง โดยใช้รถยนต์กระบะที่ถูกตรวจยึดไปรับยาเสพติดที่วางไว้บริเวณข้างทางถนนสายทุ่งใหญ่ – บ้านหนองดี ตำบลปริก อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากนั้นนำมาขายให้กับลูกค้าในพื้นที่อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี พื้นที่อำเภอเขาพนม และพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ยาเสพติดส่วนหนึ่งนำมาเสพ ส่วนเงินค่ายาเสพติดจะทยอยชำระผ่านบัญชีม้าที่ผู้ขายส่งมาให้ โดยสั่งซื้อยาบ้ามาแล้ว จำนวน 2 ครั้ง จากการตรวจสอบประวัติคดีอาญาพบว่านายฐิติศาสตร์ หรือเป็ด จันทร์ศรีนาค ในปี 2554 เคยถูกจับกุมในคดีร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ปี 2555 เคยถูกจับกุมในคดีทำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน โดยเพิ่งพ้นโทษออกมาไม่กี่ปี เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวและสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยการขายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

พันตำรวจตรี ณรงค์ เปิดเผยต่อไปอีกว่า ส่วนพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดในครั้งนี้ ชุดจับกุมได้สืบทราบว่านายฐิติศาสตร์ มีอาชีพทำสวนและลักลอบค้ายาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นผู้ใช้แรงงาน กลุ่มผู้ค้ารายย่อยและกลุ่มผู้เสพ ในพื้นที่อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี และพื้นที่อำเภอเขาพนม พื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ และพื้นที่ใกล้เคียง และทราบว่าเป็นพ่อนักค้ายาเสพติดรายใหญ่และรายสำคัญในพื้นที่ 2 จังหวัดดังกล่าวที่ติดตามจับกุมตัว จึงได้ร่วมกันวางแผนล่อซื้อยาบ้าจำนวน 50 เม็ด ราคา 1,200 บาท โดยนายฐิติศาสตร์ มาส่งของด้วยรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รีโว่สีขาว ทะเบียน บร – 6090 กระบี่ เมื่อถึงจุดนัดพบ บริเวณริมถนนสายนานอก – บางขนุน หมู่ที่ 4 บ้านบางขนุน ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ เมื่อส่งมอบกันเป็นที่เรียบร้อยรถยนต์คันดังกล่าวได้ขับออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไปถึงบ้านคลองหิน หมู่ที่ 7 ตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ จึงเข้าจับกุมตัวได้โดยละม่อม พบเงินสดที่ใช้ในการล่อซื้อวางอยู่ในรถยนต์

จากนั้นจึงได้ทำการตรวจค้นพบยาบ้าอีกจำนวน 2 ถุง รวม 255 เม็ด และยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 23.4 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในหม้อกรองอากาศภายในห้องเครื่อง และทำการขยายผลนายฐิติศาสตร์ รับสารภาพว่ายังมียาบ้าเก็บซุกซ่อนไว้อีก จำนวน 4,000 เม็ด จึงนำไปที่ในสวนปาล์มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ตำบลไทรทอง อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ซุกซ่อนอยู่ในกองทางปาล์มน้ำมัน เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางดังกล่าว



