ไฟไหม้ป่าพรุ ตรงข้ามค่ายกัลยาณิวัฒนา อ.เมืองฯ

ไฟไหม้ป่าพรุ ตรงข้ามค่ายกัลยาณิวัฒนา อ.เมืองฯ ระดมรถน้ำรถดับเพลิง เร่งสกัดเปลวเพลิงหวั่นขยายวงกว้าง เบื้องต้นเสียหาย 30 ไร่ ส่วนที่ตากใบ เชื้อไฟปะทุซ้ำ หลังไหม้สวนยาง จนท.เร่งทำแนวกันไฟ ไม่ให้ลามเข้าป่าพรุโต๊ะแดง เมื่อเวลา 18.15 น.วานนี้ (19 เม.ย.69) เกิดเหตุเพลิงไหม้หน้าค่ายกัลยาณิวัฒนา ต.กะลุวอ อ.เมือง จ.นราธิวาส เบื้องต้นชาวบ้านแจ้งว่า จุดเกิดเหตุเป็นป่าพรุ ในพื้นที่ หมู่ 8 บ้านกาโมแร ต.กะลุวอ เจ้าหน้าที่ได้ระดมสรรพกำลังพร้อมรถดับเพลิงและรถน้ำจาก กรมทหารราบที่ 151 ค่ายกัลยาณิวัฒนา รวมทั้ง อบต.กะลุวอ, อบต.กะลุวอเหนือและหน่วยใกล้เคียง เข้าระดมฉีดสกัดเปลวเพลิงที่ลุกโชนอย่างรวดเร็วทางด้าน พันเอก ทรงเดช สุกนุ้ย ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 151 ค่ายกัลยาณิวัฒนา สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.46 โดย พันโท กฤษกร คงสมโอษฐ์ ผบ.ร.151 พัน.1 นำกำลังพล จำนวน 55 นาย เข้าสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า ตั้งแต่เวลา 18.00 – 24.00 น. พร้อมรถยนต์บรรทุกน้ำ (รยบ.2 1/2 ตัน FTS) 3 คัน, รถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร อีก 3 คัน ร่วมกับรถดับเพลิงของ ปภ. อบต.อีก 10 คัน เร่งสกัดเปลวเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด แต่เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากสายฉีดน้ำลากไปไม่ถึงจุดที่วิกฤต ส่วนสาเหตุไฟไหม้ป่าพรุครั้งนี้ ยังไม่ยืนยันว่าเกิดจากไฟป่าช่วงหน้าแล้ง หรือเกิดจากการเผาหญ้า เบื้องต้นรับแจ้งเสียหายกว่า 30 ไร่สำหรับพื้นที่ หมู่ 5 บ้านปลักปลา ต.โฆษิต อ.ตากใบ ซึ่งไฟไหม้สวนยางพารา ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทุกภาคส่วนได้รุดเข้าไปสกัดเปลวไฟแล้ว ล่าสุดไฟได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง โดยแนวไฟได้ลุกลามเข้าใกล้บ้านกูแบอีแก ต.ปูโยะ อ.สุไหงโก-ลก ห่างเพียง 300 เมตร โดย นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส ได้สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังพร้อมรถน้ำรถดับเพลิงเข้าสกัดเปลวไฟ โดยเพิ่มความชุ่มชื้นใต้พื้นดิน ลดหมอกควันสะสมและเร่งทำแนวกันไฟยาว 2 กม. เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามเข้าสู่พื้นที่ชุมชน รวมทั้งเขตป่าพรุโต๊ะแดง ที่มีเนื้อที่ประมาณ 120,000 ไร่นราธิวาส – ภาพข่าวสัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *