น่าน ชาวบ้านร้องทุกข์ อยู่มาเป็นร้อยปี แต่ไร้สิทธิ์ในที่ดิน แนวเขตป่าทับซ้อน วอนรัฐเร่งแก้ก่อนลูกหลานหมดอนาคต

น่าน ชาวบ้านร้องทุกข์ อยู่มาเป็นร้อยปี แต่ไร้สิทธิ์ในที่ดิน แนวเขตป่าทับซ้อน วอนรัฐเร่งแก้ก่อนลูกหลานหมดอนาคตน่าน – ชาวบ้านตำบลบ้านฟ้า อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน กว่า 200 หลังคาเรือน กำลังเผชิญปัญหาความเดือดร้อนจากกรณีแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนกับที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน แม้จะอาศัยอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 100 ปี แต่ปัจจุบันมีเพียงเอกสาร สปก.(ช) เท่านั้น ทำให้ยังไม่มีสิทธิ์ครอบครองที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมหลายหมู่บ้าน ได้แก่ บ้านดู่ หมู่ 5 บ้านป่าต้าง หมู่ 6 บ้านนาวี หมู่ 2 รวมถึงบ้านฟ้า บ้านเป้า บ้านทุ่งข่า บ้านโป่งศรี และบ้านขื่อ โดยชาวบ้านส่วนใหญ่สืบทอดการอยู่อาศัยและทำกินมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ก่อนมีการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2484 ซึ่งทับซ้อนกับพื้นที่ชุมชนที่มีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2446 ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของชาวบ้านตกอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนทางกฎหมายนายบรรจง ไชยยงค์ กำนันตำบลบ้านฟ้า เปิดเผยว่า ตำบลบ้านฟ้ามีพื้นที่ชุมชนประมาณ 34,958 ไร่ และมีพื้นที่ทำกิน 29,822 ไร่ แต่มีจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในเขตป่าสงวนทับซ้อน ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างเต็มที่ รวมถึงไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากภาครัฐได้ เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่สมบูรณ์ ชาวบ้านอยู่มาก่อนการประกาศเขตป่า แต่กลับมีเพียง สปก.(ช) ซึ่งยังไม่ใช่เอกสารสิทธิ์เต็มรูปแบบ ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในชีวิต อยากให้หน่วยงานเร่งแก้ไขและรับรองสิทธิให้ชาวบ้าน ที่ผ่านมาได้ชาวบ้านได้พยายามยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้วหลายครั้ง เพื่อให้มีการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาแนวเขต แต่ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนความเดือดร้อนว่า การถือครองเพียง สปก.(ช) ทำให้ไม่สามารถนำที่ดินไปใช้เป็นหลักทรัพย์ได้ ขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างความไม่มั่นคงให้กับครอบครัวและลูกหลาน จะกู้เงินหรือพัฒนาที่ดินก็ทำไม่ได้ อยากให้รัฐช่วยให้พวกเรามีสิทธิ์ที่ชัดเจนทั้งนี้ ชุมชนตำบลบ้านฟ้ายืนยันว่า ได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอแนวทางให้มีการปรับปรุงแนวเขตป่าสงวน โดยเฉพาะพื้นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินที่มีความลาดชันไม่เกิน 35 องศา เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการแก้ไขปัญหาแนวเขตป่าทับซ้อนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืนต่อไป.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *