วิกฤตไฟป่า 3 อำเภอนราฯ ปะทุซ้ำจากลมบก – ลมทะเล

วิกฤตไฟป่า 3 อำเภอนราฯ ปะทุซ้ำจากลมบก – ลมทะเล..ผู้ว่าฯ สั่งการ อส. – ชรบ. เฝ้าระวังจุดที่ยังคุโชน เร่งทำแนวกันไฟ เข้มผืนป่าสำคัญ “ป่าพรุโต๊ะแดง” สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ จ.นราธิวาส ยังวิกฤต ทั้งที่ อ.เมืองนราธิวาส, อ.ตากใบ และ อ.สุไหงปาดี แม้ว่าหน่วยงานต่างๆจะบูรณาการร่วมกันปฏิบัติการดับไฟป่าทั้งวันทั้งคืน เพื่อสกัดเปลวเพลิงไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง ที่ยากเกินควบคุม อุปสรรคที่ทำให้ไฟเกิดปะทุขึ้นมาในช่วงกลางวันคือ กระแสลมทั้งลมบกและลมทะเล ทำให้เชื้อไฟใต้ผิวดินคุโชนอย่างต่อเนื่อง นอกจากผืนป่าจะเสียหายแล้ว หมอกควันที่ปกคลุมยังกระจายไปสู่พื้นที่โดยรอบ เป็นมลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชนในชุมชนต่างๆ เป็นเวลา 4 วันติดต่อกัน นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส เน้นย้ำและกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ สั่งการฝ่ายปกครอง ให้ร่วมกับ ชรบ.เฝ้าระวังจุดเสี่ยง ตลอด 24 ชั่วโมง บริเวณบ้านกาโมแร ต.กะลุวอ อ.เมืองฯ, เร่งสกัดไฟป่าที่ อ.ตากใบ ไม่ให้ลุกลามเข้าเขตป่าพรุโต๊ะแดง ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ของจังหวัด ทำแนวกันไฟ ฉีดน้ำสร้างความชุ่มชื้นใต้ดินเพื่อลดกลุ่มควันไฟ และใช้โดรนบินถ่ายภาพมุมสูง เพื่อระบุตำแหน่งหัวไฟ ทำให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินเข้าปฏิบัติการได้อย่างแม่นยำ ส่วนที่ อ.สุไหงปาดี ไฟไหม้ป่าบริเวณ บ.ตาเซะใต้ หมู่ 6 ต.ปะลุรู และปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุด (21 เม.ย.69) จุดเกิดไฟป่า รวม 6 จุด ควบคุมและดับไฟได้แล้ว 4 จุด เหลืออีก 2 จุด ในพื้นที่หมู่ 6 ที่ไฟยังคงไหม้ต่อเนื่อง จากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว สำหรับพื้นที่ไฟไหม้ป่า บ.กาโมแร หมู่ 8 ต.กะลุวอ ที่เสียหายถึง 120 ไร่ เป็นพื้นที่คาบเกี่ยวในความรับผิดชอบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ (บริเวณหน้าค่ายกัลยาณิวัฒนา) ผลกระทบที่ตามมาคือ หมอกควันปกคลุมหนาแน่น ซึ่ง ผวจ.นราธิวาส มอบหมายให้หน่วยงานสาธารณสุขลงพื้นที่ตรวจสุขภาพประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันและฝุ่น PM2.5 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ให้สืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี ปรับตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับนราธิวาส – ภาพข่าวสัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์





