ร้อง ป.ป.ช.เพชรบูรณ์คดีเงียบกว่า 2 ปี! อดีตประธานสภา อบต.สามแยก จี้ตรวจสอบ

ร้อง ป.ป.ช.เพชรบูรณ์คดีเงียบกว่า 2 ปี! อดีตประธานสภา อบต.สามแยก จี้ตรวจสอบ “แต่งตั้งลูกชายนั่งรองนายกฯ” ส่อผิด ม.151-157เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายทวี ประสานพรรณ์ อดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสามแยก อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยระบุถึงความล่าช้าในการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จังหวัดเพชรบูรณ์ ภายหลังจากที่ตนได้ยื่นเรื่องร้องเรียนตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2567สาระสำคัญของเรื่องร้องเรียน ระบุว่า ได้กล่าวโทษนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามแยก และรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามแยก ในข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 แต่ปรากฏว่าจนถึงปัจจุบันระยะเวลากว่า 2 ปี คดียังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมนายทวี ระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ทำหนังสือติดตามความคืบหน้าหลายครั้ง และได้รับหนังสือตอบกลับจาก ป.ป.ช.ในลักษณะเดียวกันถึง 6 ฉบับ โดยฉบับล่าสุดลงวันที่ 3 เมษายน 2569 ซึ่งยังคงระบุว่า “อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง” ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 โดยไม่มีรายละเอียดความคืบหน้าเพิ่มเติมแต่อย่างใดทั้งนี้ ประเด็นร้องเรียนมุ่งไปที่การแต่งตั้งนายพิษณุ สมบุญเพ็ญ เป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามแยก โดยผู้ร้องเห็นว่าเป็นการแต่งตั้งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากบุคคลดังกล่าวยังคงทำงานในภาคเอกชน มีรายได้ประจำและอยู่ในระบบประกันสังคม แต่กลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา แต่ยังคงได้รับเงินเดือนจากภาครัฐผู้ร้องระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 151 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ และยังตั้งข้อสังเกตว่านายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามแยก อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 151 และมาตรา 157 จากการแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดซึ่งเป็นบุตรชายของตนเองเข้าดำรงตำแหน่งนายทวี ระบุเพิ่มเติมว่า ในฐานะผู้เสียภาษี ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานปราบปรามการทุจริตในพื้นที่ ว่ามีความล่าช้าเกินสมควรหรือไม่อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากผู้ถูกกล่าวหา หรือจากสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดเพชรบูรณ์ เกี่ยวกับข้อร้องเรียนดังกล่าว ทั้งนี้คดีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อกล่าวหาทั้งหมดยังไม่ได้รับการพิสูจน์ในชั้นกระบวนการยุติธรรม ผู้ที่ถูกพาดพิงยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยถึงที่สุด



