THAI FIGHT” (ไทยไฟท์) ใช้ “มวยไทย” พลิกโอกาสผู้ต้องราชทัณฑ์สู่นักสู้บนสังเวียน

THAI FIGHT” (ไทยไฟท์) ใช้ “มวยไทย” พลิกโอกาสผู้ต้องราชทัณฑ์สู่นักสู้บนสังเวียน โครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT” (ไทยไฟท์) หมัดเดียว…เปลี่ยนได้ คืนสู่สังคมอย่างมีคุณค่า ใช้ “มวยไทย” พลิกโอกาสผู้ต้องราชทัณฑ์ เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิต สู่การเริ่มต้นใหม่อย่างมีศักดิ์ศรี ได้เข้าร่วมการแข่งขันใน THAI FIGHT LEAGUE (ไทย ไฟท์ ลีก) ต่อยอดสู่เส้นทางนักมวยอาชีพพลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ (รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ) เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว เปิด “โครงการกำลังใจ…THAI FIGHT (INSPIRE…THAI FIGHT) ไทยไฟท์ (อินสไปร์…ไทยไฟท์) หมัดเดียว…เปลี่ยนได้” ที่ ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง คลองหก จังหวัดปทุมธานี ร่วมด้วย พลตำรวจโท สายเพชร ศรีสังข์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, จิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, ชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์, นลินนาถ ไกรนรา รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน, พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ผศ. จ.ส.อ.อเนชา เพียรทอง รองอธิบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย ดร.นพพร วาทิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด ผู้ขับเคลื่อนคนสำคัญของโครงการนี้ ได้นำทีมนักมวยชื่อดังจาก THAI FIGHT (ไทยไฟท์) เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่ามกลางความท้าทายของสังคมในการ “กลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณค่า” หนึ่งในแนวทางที่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนเชิงบวก คือการนำ “กีฬา” มาเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงชีวิต และ “มวยไทย” กำลังกลายเป็นคำตอบสำคัญในมิตินั้น“โครงการกำลังใจ…THAI FIGHT (INSPIRE…THAI FIGHT) ไทยไฟท์ (อินสไปร์…ไทยไฟท์) หมัดเดียว…เปลี่ยนได้” คืออีกก้าวสำคัญของการต่อยอดพระดำริใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาในการจัดตั้ง “โครงการกำลังใจ” เพื่อประทานโอกาสและความหวังแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์และผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทยโครงการดังกล่าวถูกพัฒนาให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน แกนนำในการขับเคลื่อนโดย บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด ผู้จัดการแข่งขันมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT” (ไทยไฟท์) ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันศิลปะมวยไทยสู่เวทีนานาชาติและได้รับพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลอย่างต่อเนื่อง จึงได้นำศาสตร์มวยไทยเข้ามาเป็นหลักในการพัฒนาโครงการนี้ให้ขับเคลื่อนอย่างทรงพลัง เป็นการผนึกกำลังรัฐ–เอกชน เพื่อสร้าง “โอกาส” ครั้งสำคัญให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง “โมเดลการพัฒนาเชิงระบบ” ที่ไม่ได้มองผู้ต้องราชทัณฑ์เพียงในมิติของการลงโทษ แต่คือ “ทรัพยากรมนุษย์” ที่สามารถได้รับโอกาสในการพัฒนาและกลับมาเป็นกำลังสำคัญของสังคม ดร.นพพร วาทิน กล่าวว่า “แนวคิดของโครงการนี้ เนื่องจาก “มวยไทย” เป็นมากกว่ากีฬา แต่เราต้องการนำมาเป็นเครื่องมือเปลี่ยนชีวิต” ทำให้ โครงการ กำลังใจ…THAI FIGHT ไทย ไฟท์ จึงเป็นโครงการที่เราใช้ ‘มวยไทย’ มาเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิต” “เราไม่ได้มองว่ามวยเป็นเพียงกีฬา แต่คือ ‘สะพานแห่งโอกาส’ ที่ช่วยพลิกชีวิตผู้ต้องราชทัณฑ์ สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดเส้นทางสู่อาชีพในอนาคต เป้าหมายของเราคือการให้โอกาสได้กลับสู่สังคมอย่างยั่งยืน ให้เขามีทักษะ มีวินัย และมีศักดิ์ศรีในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง”“หัวใจของโครงการ คือการนำนักมวยไทยมืออาชีพจากเวที THAI FIGHT ไทยไฟท์ เข้าไปฝึกสอนผู้ต้องราชทัณฑ์ในเรือนจำทั่วประเทศ พร้อมคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพเข้าสู่การแข่งขัน “THAI FIGHT LEAGUE” (ไทย ไฟท์ ลีก) ในรูปแบบ “มวยคาดเชือก” เวทีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขัน แต่คือ “เวทีแห่งโอกาส” ที่เปิดทางให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ได้แสดงความสามารถ สร้างความภาคภูมิใจ และต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพไม่ว่าจะก้าวสู่การเป็นนักมวย หรือเป็นผู้ฝึกสอนมวยไทยหลังพ้นโทษ” จากเรือนจำ สู่เวทีมวยจริง : เรื่องจริงที่สร้างแรงบันดาลใจ เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนความสำเร็จของโครงการ คือการนำนักมวยผู้ต้องราชทัณฑ์ 2 คน จากเรือนจำกลางเขาบิน จังหวัดราชบุรี เข้าร่วมแข่งขันใน THAI FIGHT LEAGUE (ไทย ไฟท์ ลีก) เมื่อเดือนกันยายน 2568 ทั้งสองคนได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “โอกาส” สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้จริง จากผู้ต้องราชทัณฑ์สู่ “นักสู้บนสังเวียน” ที่ได้รับการยอมรับ และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ต้องราชทัณฑ์คนอื่นๆ ทั่วประเทศพร้อมเปิดประสบการณ์จริง จากห้องขังสู่ค่ายมวย ภายในงานเปิดตัวโครงการ ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์จริงภายในทัณฑสถาน ผ่านกิจกรรมสำคัญ ได้แก่* การสาธิตการฝึกมวยไทยโดยนักมวยระดับโลก นำโดย “แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม”* การพบกับนักมวยผู้ต้องราชทัณฑ์ 6 คน ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในโครงการ* การถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงของผู้ต้องขังที่กำลังจะก้าวสู่เส้นทางนักมวยอาชีพ* การเยี่ยมชม “ค่ายมวยสิงห์หนุ่มพัฒนา” ภายในแดนการศึกษา ซึ่งเป็นพื้นที่ฝึกฝนทักษะและวินัยภาพที่ปรากฏไม่ใช่เพียงการฝึกซ้อม แต่คือ “ความหวัง” ที่กำลังก่อตัวขึ้นในพื้นที่ที่หลายคนไม่เคยมีโอกาสเข้าถึง มากกว่าทักษะร่างกาย คือการฟื้นฟู “คุณค่าความเป็นมนุษย์” และ “การรู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักการให้อภัย” โครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT” (ไทย ไฟท์) มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมวยไทยมีบทบาทสำคัญในการ* เสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย* ลดความเครียด และสร้างสมดุลทางอารมณ์* ปลูกฝังวินัยและความรับผิดชอบ* ถ่ายทอดคุณค่าของกีฬา “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย”

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ต้องราชทัณฑ์สามารถนำทักษะไปต่อยอดเป็นอาชีพ เช่น ครูมวย ผู้ฝึกสอนการออกกำลังด้วยพื้นฐานมวยไทย หรือแม้แต่ก้าวสู่เวทีการแข่งขันระดับอาชีพ“หมัดเดียว…เปลี่ยนได้” ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือความจริงในโลกที่โอกาสไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียม โครงการนี้กำลังพิสูจน์ว่า “การให้โอกาส” คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง “กำลังใจ…THAI FIGHT” (ไทยไฟท์) จึงไม่ใช่เพียงโครงการกีฬา แต่คือ “โมเดลต้นแบบ” ของการพัฒนาคน ที่ผสานพลังของวัฒนธรรมไทยเข้ากับการฟื้นฟูสังคมอย่างยั่งยืนสำหรับผู้ต้องราชทัณฑ์หลายคน “หมัดเดียว” บนเวทีมวย อาจไม่ใช่เพียงการต่อสู้เพื่อชัยชนะ…แต่คือ “หมัดแรก” ของการเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีคุณค่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *