สามชุดปฏิบัติการใต้ทะเลอุทยานหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพีกระบี่รณรงค์เก็บขยะสำรวจแนวปะการังสัตว์หายาก 5 วัน

สามชุดปฏิบัติการใต้ทะเลอุทยานหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพีกระบี่รณรงค์เก็บขยะสำรวจแนวปะการังสัตว์หายาก 5 วันไม่พบฟอกขาวได้ขยะ 3 ตันใน 24 แหล่งท่องเที่ยวหลักรับผิดชอบ
เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 15.45 นาฬิกา ที่สำนักงานอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพีจังหวัดกระบี่ หมู่ที่ 3 บ้านคลองแห้ง ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายแสงสุรี ซองทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพีจังหวัดกระบี่ ได้เปิดเผยว่า ด้วยวันที่ 21 – 25 เมษายน 2569 ทางอุทยานดังกล่าวได้จัดกิจกรรมรณรงค์รักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่รับผิดชอบทางทะเล โดยการจัดเก็บขยะใต้ท้องทะเล การสำรวจแนวปะการัง สำรวจประชากรสัตว์น้ำที่หายากใกล้จะสูญพันธุ์ และติดตามสถานการณ์ปะการังฟอกขาว โดยใช้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายวิชาการด้านการอนุรักษ์คุ้มครองสัตว์ทะเล ชุดปฏิบัติการพิเศษใต้น้ำ และชุดปฏิบัติการพิเศษด้านการวิจัยสัตว์ทะเล จำนวน 30 นาย โดยการนำเรือตรวจการณ์ลงในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ชอบดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นและน้ำลึกได้แก่ เกาะพีพีเล เกาะบิดานอก เกาะบิดาใน หน้าถ้ำไวกิ้ง เกาะพีพีดอน อ่าวมาหยา อ่าวโล๊ะดาลัม อ่าวต้นไทร อ่าวแหลมตง หาดยาว อ่าวลิงหรืออ่าวยงกะเส็ม อ่าวโล๊ะมูดี อ่าวนุ้ย เกาะบิดะนอก เกาะบิดาใน อ่าวโล๊ะบาเกา ท้องที่หมู่ที่ 7 บ้านเกาะพีพี เกาะไผ่ เกาะยูง ท้องที่หมู่ที่ 8 บ้านแหลมตง ทะเลแหวก เกาะปอดะ ท้องที่หมูที่ 3 บ้านคลองแห้ง ตำบลอ่าวนาง ถ้ำพระนาง อ่าวไร่เล อ่าวต้นไทร ท้องที่หมู่ที่ 5 บ้านอ่าวน้ำเมา ตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่
นายแสงสุรี เปิดเผยอีกว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นการตระหนักและให้ความสำคัญในการรักษาและอนุรักษ์ทรีพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยเฉพาะขยะใต้ท้องทะเลถือเป็นตัวการสำคัญประการหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำ ทำให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์ทะเลและแนวปะการัง ซึ่งเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของน่านน้ำท้องทะเลอันดามันในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ดังนั้นอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพีจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงกับพื้นที่ดังกล่าวจึงจำเป็นต้องดูแลและเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ในการปกป้องรักษารณรงค์ทำความสะอาดไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาของท้องทะเล เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ ผู้ประกอบการเรือหาวยาวนำเที่ยว ผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ท ผู้ประกอบการเรือโดยสารประจำทาง รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเกิดความตระหนักเล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการปลูกจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้มีความสะอาดสวยงามและมีความยั่งยืนให้เป็นวรรค์ของท้องทะเลกระบี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึง
ดูดและสร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยว ในการเพิ่มสีสันและบรรยากาศให้กับการท่องเที่ยว ซึ่งการให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะปัญหาโลกร้อนหากทุกคนร่วมมือกันคนละเล็กละน้อย ด้วยการเริ่มจากที่บ้านของตนเองและขยายวงกว้างสู่สังคม เป็นการช่วยเหลือกันในการรักษาสิ่งแวดล้อมของชุมชนในแหล่งท่องเที่ยว รวมไปถึงช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่งด้วย


นายแสงสุรี เปิดเผยต่อไปอีกว่า ผลจากการดำเนินกิจกรรมรวม 5 วันในพื้นที่ใต้ท้องทะเลของแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 24 แห่ง 4 หมู่บ้าน 3 ตำบล ของอำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในปีนี้ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดตรัง ที่นำนักท่องเที่ยวเข้ามาดำน้ำชมปะการัง รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเกิดความเป็นห่วง เรื่องของสภาพอากาศและอุณหภูมิของน้ำทะเลด้านฝั่งอันดามัน จะร้อนมากขึ้นอาจจะส่งผลกระทบต่อแนวปะการังน้ำตื้นและน้ำลึกทำให้เกิดปะการังฟอกขาวหรือไม่ ขอเรียนว่าจากการสำรวจปะการังน้ำตื้นและน้ำลึกที่ระดับน้ำลึก 2 – 10 เมตร พบว่าระดับน้ำในทะเลมีอุณหภูมิอยู่ที่ 29 – 35 องศา ในขณะนี้ยังไม่พบปะการังฟอกขาวแต่อย่างใด แนวปะการังยังคงความอุดมสมบูรณ์อย่างปกติไม่ว่าจะเป็นที่เกาะยูง ซึ่งห้ามทำกิจกรรมการท่องเที่ยวมากว่า 10 ปี และเป็นแหล่งปะการังขนาดใหญ่ทั้งเป็นแหล่งพ่อพันธ์และแม่พันธุ์ของปะการังวงแหวน ปะการังโขด ปะการังเขากวาง ปะการังผึ้ง ดอกไม้เป็นต้น


นอกจากนี้ยังพบสัตว์น้ำทะเลใกล้จะสูญพันธ์และหาดูได้ยากอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นฉลามหูดำ ฉลามวาฬ ปลาไหลมอเรย์ ม้าน้ำ ปลาจิ้มฟันจระเข้ ปีศาจ ทาก ปลานู้ดี้ เต่าทะเล ฝูงปลาสาก ฝูงปลากะพงตาโต ฝูงปลาสากหางเหลือง และอีกหลายหลายชนิด กัลป์ละปังหา และปะการังประเภทต่างๆอีกจำนวนมาก ขณะนี้นักท่องเที่ยวสามารถดำน้ำชมปะการังได้ตามปกติโดยมีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่คอยเฝ้าระวังดำน้ำสังเกตุการณ์แนวปะการังอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีปะการังฟอกขาวเกิดร้อยละ 50 จะมีการประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าวเป็นการชั่วคราว ส่วนขยะที่เก็บได้รวมประมาณ 3,000 กิโลกรัมหรือ 3 ตัน ได้นำขึ้นมาทำลายบนฝั่งแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *