รองนายกฯ “ศุภจี” ลงพื้นที่จันทบุรี รับฟังเสียงเกษตรกร เดินหน้าดันยุทธศาสตร์ผลไม้เชื่อมโยงการท่องเที่ยว-นวัตกรรมแปรรูป แก้ปัญหาราคาตกต่ำในระยะยาว

รองนายกฯ “ศุภจี” ลงพื้นที่จันทบุรี รับฟังเสียงเกษตรกร เดินหน้าดันยุทธศาสตร์ผลไม้เชื่อมโยงการท่องเที่ยว-นวัตกรรมแปรรูป แก้ปัญหาราคาตกต่ำในระยะยาว พร้อมจับมือ TikTok เซ็น MOU รุกตลาดอีคอมเมิร์ซ ตั้งเป้าส่งออกทุเรียน 1.4 แสนล้านบาทวันนี้ (25 เม.ย. 69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ สวนสมพงษ์ (ทุเรียน 100 ล้าน) ต.จันทเขลม อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ตลอดจนผู้แทนจากส่วนราชการ เกษตรกร และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ โอกาสนี้ นางศุภจี ได้รับฟังการบรรยายสรุปแนวทางการผลิตทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออก พร้อมร่วมกิจกรรมตัดทุเรียนภายในสวนด้าน นายสมพงษ์ กลีบมาลี เจ้าของสวนทุเรียน 100 ล้าน ได้เสนอแนะให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยขยายตลาดสำหรับทุเรียนคุณภาพพรีเมียม พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์ทุเรียนไทยในตลาดต่างประเทศให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เนื่องจากทุเรียนเป็นสินค้าเกษตรที่สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศได้อย่างมหาศาลในแต่ละปีต่อประเด็นดังกล่าว นางศุภจี เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีแนวทางในการเชื่อมโยงผลไม้เข้ากับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร โดยดึงจุดเด่นของสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น (GI) มาเป็นจุดขาย เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางตามรอยผลไม้จากจันทบุรี เชื่อมโยงไปยังจังหวัดอื่นๆ นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการรวมกลุ่มของชุมชนและการแปรรูปผลผลิต เพื่อยืดอายุสินค้าและสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาราคาตกต่ำในช่วงที่ผลผลิตล้นตลาด โดยภาครัฐพร้อมเข้ามาเติมเต็มโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดแคลน เช่น การสนับสนุนห้องเย็นสำหรับทำทุเรียนแช่แข็ง และการยกระดับนวัตกรรมการแปรรูปให้ได้มาตรฐานระดับสูงสำหรับสถานการณ์ทุเรียนในปีนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีรายงานว่ามีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 30 ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวก

โดยนางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปเตรียมการทำตลาดและเดินหน้าโฆษณาที่ประเทศจีนแล้ว ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันมูลค่าการส่งออกทุเรียนไทยในปีนี้ให้สูงกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งทำยอดไว้ได้กว่า 140,000 ล้านบาท เพื่อมุ่งสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรชาวจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงพื้นที่เพาะปลูกในภาคใต้ ในโอกาสเดียวกันนี้ นางศุภจี ยังได้เยี่ยมชมบูธจัดแสดงสินค้าคุณภาพ อาทิ ผลไม้แบรนด์ Q-Chan และเครื่องสำอางจากสารสกัดดอกทุเรียนแบรนด์ Durrianar Thailand ก่อนจะเป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ระหว่าง กรมการค้าภายใน กับแพลตฟอร์ม TIKTOK โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ 2 ปี เพื่อบูรณาการการทำงานในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร ผู้ประกอบการค้าผลไม้ และวิสาหกิจชุมชนของไทย ให้สามารถขยายช่องทางธุรกิจผ่านการทำไลฟ์สตรีมมิง ซึ่งภายในงานมีการเชิญครีเอเตอร์มาร่วมไลฟ์สดขายสินค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม สุภาพร นิยมกิจ ทีมข่าวจันทบุรี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *