บวงสรวงเจริญพระพุทธมนต์ วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

บวงสรวงเจริญพระพุทธมนต์ วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช บวงสรวงรำลึกถึงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช25-26 เมษายน 2569 จัดบวงสรวงและเสวนาเล่าเรื่องประวัติศาสตร์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในอดีต ประเทศไทยเป็นประเทศเอกราชไม่เป็นทาสใคร ด้วยสำนึกถึงคุณความดีที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กู้ชาติกู้แผ่นดินไทยให้เป็นไท ประชาชนไม่ตกเป็นทาสหรือเมืองขึ้นของชาติอื่น ทรงประกาศอิศรภาพเป็นเอกราช นำประเทศชาติเจริญรุ่งเรื่อง ได้ตีเมืองของประเทศพม่า ทรงทัพบนหลังช้างสู้ชนะทุกครั้ง จนชาติอื่นๆโดยรอบประเทศสยามยำเกรง วันนี้ทางส่วนราชการและประชาชนได้พร้อมใจจัดพิธีบวงสรวงเจริญพระพุทธมนต์ถวายวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จัดพิธีที่บริเวณลานพระบรมธาตุแสนไห ตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำทิพย์ ซึ่งนายนายสรันย์ พานจันทร์ นายอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการประชาชน ได้พร้อมใจจัดงานนี้ขึ้น ซึ่งเป็นปีที่ 421 ที่พระนเรศวรมหาราชได้สวรรคต ในพื้นที่นี้ครั้งที่ยกทัพไปตีพม่า โดยทาง พลตรีชัยยันต์ สิรสุนทร ข้าราชการบำนาญ อดีตนายทหารที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชาและได้ปฏิบัติงานในพื้นที่นี้ได้มาร่วมเป็นประธานในพิธี ซึ่งจะจัดในทุกๆปีสืบต่อกันมายาวนาน ได้อัญเชิญเทพยดาและดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและถวายเครื่องสักการะบวงสรวง นำน้ำศักดิ์สิทธิจากบ่อน้ำสมัยโบราณที่สมเด็จพระนเรศวรได้ขุดขึ้นและใช้กับกองทัพทหารใน421 ปีผ่านมาประชาชนยังได้ถือว่าเป็นบ่อศักดิสิทธิและใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆที่เป็นน้ำมงคล ยังอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ประชาชน ภาครัฐ ยังรำลึกถึงคุณความดีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชสืบต่อกันมายาวนาน 421 ปี และถือเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีให้ลูกหลานไทยสืบต่อกันไปไม่ลืมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 26เมษายน 2569 กิจกรรมเสวนา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช “มหาราชผู้ทรงกอบกู้และสร้างชาติ” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในมิติอำเภอเวียงแหงกับประวัติศาสตร์เส้นทางเดินทัพสุดท้ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ โดย พลเอกสุทัศน์ จารุมณี เป็นองค์ปาฐก อาจารย์ไพศาล จั่วทอง อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้เกียรติเป็นวิทยากรพิเศษในหัวข้อเรื่อง “ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์”ย้อนอดีตบูรพมหากษัตริย์ผู้ทรงกอบกู้และสร้างชาติ อาจารย์ชัยยง ไชยศรี นักวิชาการอิสระ อดีตศึกษานิเทศก์อำเภอเวียงแหง ผู้ทุ่มเทศึกษาวิจัย เรื่องสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับเวียงแหงประเด็นหัวข้อการเสวนา เส้นทางเดินทัพ ที่ยั้งทัพ โบราณสถาน โบราณวัตถุ หลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์/พื้นที่สวรรคต เวียงแหงเมืองประวัติศาสตร์ทัพสุดท้ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป้าประสงค์การจัดงาน ในปีนี้เริ่มเป็นปีแรกที่กลุ่มคณะได้จัดกิจกรรมรำลึกเล่าประวัติศาสตร์ เรื่องสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับเส้นทางเวียงแหง ด้วยในวันที่ 25 เมษายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันจันทร์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 25 เมษายน 2148 ครบรอบ 421 ปี ในปีปัจจุบัน พ.ศ.2569เนื่องจากพื้นที่ของตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งและประดิษฐานของพระบรมธาตุแสนไห พระบรมธาตุศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ครั้งพุทธกาลและเป็นพระบรมธาตุองค์ประธานของพระธาตุบริวารอีก 8แห่งของอำเภอเวียงแหง ตามตำนานและหลักฐานทางประวัติศาสตร์เล่าสืบทอดต่อกันมาว่า เมื่อปี พ.ศ.2148สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้เสด็จกรีธาทัพไปตีเมืองอังวะ โดยยกทัพผ่านมาทางอำเภอเวียงแหง ซึ่งปรากฏร่องรอยหลักฐานหลายพื้นที่เชื่อว่าเป็นสถานที่ตั้งทัพหรือยั้งทัพ ฯลฯ และมีความเชื่อกันว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้เสด็จมาเคารพสักการะพระบรมธาตุแสนไห ทำพิธีออกศึกเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและเอาชัยเหนือศัตรู รวมทั้งมีความเชื่อว่าพระบรมธาตุแสนไหซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางเดินทัพระหว่างเมืองแหง ประเทศไทยกับเมืองหาง ประเทศพม่า มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการประชวร การเสด็จสวรรคต หรือการบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยเฉพาะบริเวณลานพิธีของพระบรมธาตุแสนไห ได้ปรากฏแท่นก่ออิฐโบราณ 2 แท่น ทางด้านทิศเหนือและทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ขององค์พระบรมธาตุฯ ซึ่งยังไม่สามารถสืบค้นหาข้อมูลประวัติหลักฐานเอกสารมายืนยันได้ว่าสร้างขึ้นในยุคสมัยใด หรือสร้างขึ้นเพื่อประกอบพิธีกรรมใด เป็นลักษณะพิเศษของพระบรมธาตุแสนไห ที่แตกต่างจากที่อื่นและบริเวณที่ราบเชิงเขาทางขึ้นพระบรมธาตุฯ มีบ่อน้ำโบราญศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า “บ่อน้ำทิพย์” ต่อมาได้มีการพัฒนาปรับปรุงขึ้นใหม่เรียกว่า “บ่อน้ำช้างศึก”ในปัจจุบัน อีกความหมายหนึ่ง ที่มาของชื่อพระบรมธาตุแสนไห คือ “แสนไห้” เชื่อว่ามาจาก “เสียงร้องไห้แสนเสียง”ของเหล่าทหารและประชาชนชาวเวียงแหง เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรทรงสวรรคตในบริเวณใกล้เคียงหรือได้ประกอบพิธีกรรมบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพตามโบราณราชประเพณี ตามคติพุทธศาสนา ณ ลานพิธีพระบรมธาตุแสนไห/แสนไห้ แห่งนี้ และเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาคุณ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเพื่อเป็นการเชิดชูสักการะพระบรมธาตุแสนไห ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยครั้งพุทธกาล ถือเป็นปูชนียสถานสูงสุดคู่บ้านคู่เมือง ศูนย์รวมจิตใจของชาวอำเภอเวียงแหง เทศบาลตำบลแสนไห โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม เห็นชอบร่วมกันจัดงานพิธีบวงสรวงและเจริญพระพุทธมนต์เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปี พ.ศ.2569 ครบรอบ 421 ปี นายสำราญ แสงสงค์ ข่าว 0818845313อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่

DCIM\100GOPRO\GOPR2432.JPG

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *