เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำลา กว่า 400 คน ประกาศจุดยืน ‘มีชุมชน ไม่มีเหมือง’ คัดค้านเหมืองแร่ฟลูออไรต์ เพื่อปกป้องสิทธิในที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม

มีชุมชนไม่มีเหมือง

เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำลา กว่า 400 คน ประกาศจุดยืน ‘มีชุมชน ไม่มีเหมือง’ คัดค้านเหมืองแร่ฟลูออไรต์ เพื่อปกป้องสิทธิในที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำลา ร่วมกับ EarthRights International แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น (CPCR) ได้จัดกิจกรรม “มีชุมชน ไม่มีเหมือง 4 ปี คนลุ่มน้ำลาไม่เอาเหมืองแร่” เพื่อแสดงจุดยืนของชุมชนในพื้นที่ในการคัดค้านโครงการเหมืองแร่ฟลูออไรต์ของบริษัทเอกชน โดยภายในกิจกรรมมีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของเครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำลา ซึ่งประกอบด้วยประชาชนจาก 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนห้วยมะกอก ชุมชนหัวลา ชุมชนสันติสุข สันติพัฒนา ชุมชนแม่ลาหลวง ชุมชนทุ่งป่าคา โดยมีตัวแทนภาคีเครือข่ายชุมชนจาก 3 ชุมชนร่วมให้กำลังใจ ณ หมู่บ้านและสะพานบ้านหัวลา ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องให้ยุติโครงการเหมืองแร่ฟลูออไรต์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และสิทธิของชุมชนลุ่มน้ำลา โดยมีประชาชนเข้าร่วมเดินขบวนกว่า 400 คน ส่งเสียง ‘มีชุมชน ไม่มีเหมือง’

วิไลพร ขยันกิจเพิ่มพูน เยาวชนจากเครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำลา ได้กล่าวว่า สำหรับประชาชนในลุ่มน้ำลา “สายน้ำเปรียบเสมือนสายเลือด ผืนดินคือร่างกาย และป่าไม้คือ ลมหายใจ” ที่หล่อเลี้ยงชีวิต จิตใจ และวิถีวัฒนธรรมของชุมชนมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม หากกลุ่มทุนเข้ามาดำเนินโครงการเหมืองแร่ฟลูออไรต์ในพื้นที่ จึงกังวลว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชุมชนในลุ่มน้ำลา จึงทำให้ภาคีเครือข่ายร่วมกันประกาศเจตนารมณ์คัดค้านการทำเหมืองแร่ และยืนยันจุดยืนว่า “มีชุมชน ไม่มีเหมือง”

เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำลา เกิดจากการรวมกลุ่มของชุมชนซึ่งเป็นพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองจาก 6 หมู่บ้าน ในตำบลสันติคีรี ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และได้รวมกลุ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2565 โดยชุมชนอาศัยและทำกินในพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียง มีอาชีพหลักส่วนใหญ่เป็นการเกษตรและมีวิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับการพึ่งพาอาศัยทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า อย่างกลมกลืนและดูแลรักษาสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ทั้งนี้ หากมีการดำเนินโครงการเหมืองแร่ฟลูออไรต์ในพื้นที่ อาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของสารเคมีในแหล่งน้ำ

ศักดิ์ดา ขยันกิจเพิ่มพูน ผู้ใหญ่บ้านห้วยมะกอก และตัวแทนชุมชนห้วยตะพาบ ห้วยตองก๊อ และจากเครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำลา ได้กล่าวแสดงจุดยืนไม่เอาเหมืองแร่ว่า “ในโอกาสครบรอบ 4 ปีที่เราร่วมต่อต้านเหมืองแร่ฟลูออไรต์ ความสามัคคีคือพลังของพวกเรา เพราะแม่น้ำลาคือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ เป็นสายน้ำที่เลี้ยงชีพ และหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนในลุ่มน้ำลา เหมืองแร่ฟลูออไรต์จากทางบริษัทที่เข้ามานั้น จะสร้างปัญหาและผลกระทบให้กับพวกเรามากมาย โดยสายน้ำคือสิ่งที่สำคัญที่สุด จึงอยากให้พวกเราช่วยกันต่อสู้ ให้มันจบที่รุ่นเรา ไม่ใช่จบที่รุ่นลูก ๆ ของเรา”

พื้นที่ขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่ฟลูออไรต์ตั้งอยู่ในบริเวณต้นน้ำลา ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและการดำรงชีวิตของชุมชนในพื้นที่ หากมีการทำโครงการเหมืองแร่ จึงอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทรัพยากรด้านต่าง ๆ ครอบคลุมอย่างน้อย 10 ชุมชน ในตำบลสันติคีรี ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งในด้านทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน นอกจากนี้ ยังพบว่าพื้นที่ของสัมปทานเหมืองแร่ดังกล่าวมีขนาด 123 ไร่ 3 งาน และตั้งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ประเด็นการทำเหมืองแร่ฟลูออไรต์ในพื้นที่ดังกล่าวนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งส่งผลให้เกิดความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรน้ำ และการดำรงชีวิตของชุมชนในลุ่มน้ำลา แต่พบว่าเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นมายาวนานหลายสิบปี โดยปรากฏครั้งแรกในปี 2513
ในปี 2530 มีรายงานว่าบริษัทเอกชนได้รับใบอนุญาตประทานบัตรเพื่อดำเนินการสำรวจและขุดแร่ฟลูออไรต์ในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2530 ถึง 20 กุมภาพันธ์ 2541

ต่อมาในปี 2538 บริษัทดังกล่าว ยื่นขอประทานบัตรในพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านห้วยมะกอก ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่อมาได้ทำการรังวัดกำหนดแนวเขตดังกล่าว ปรากฏพื้นที่ 123 ไร่ 3 งาน อยู่ที่เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย ปี 2552 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้จัดทำประกาศตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 เรื่องการขอประทานบัตร เพื่อเปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบเพื่อใช้สิทธิโต้แย้ง ภายหลังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน แจ้งให้บริษัทเอกชนต้องมีรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และความเห็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ในปี 2562 บริษัทเอกชนได้ยื่นขอสัมปทานเหมืองแร่ฟลูออไรต์ขึ้นใหม่อีกครั้ง ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลสันติคีรี อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครอบคลุมพื้นที่ 114 ไร่ 2 งาน 64 ตารางวา

ซึ่งเมื่อต้นปี 2565 บริษัทผู้ขอสัมปทาน ได้ว่าจ้างให้บริษัทเอกชนอีกรายหนึ่งจัดทำ EIA (Environmental Impact Assessment Report: รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) โดยชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วม และปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการทำเหมือง เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำลา จึงได้รวมตัวคัดค้านและขอให้ยุติโครงการอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ปี โดยการทำเหมืองแร่นี้คาดว่าจะมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างน้อย 5 ตำบล ได้แก่ สันติคีรี แม่ลาหลวง แม่โถ แม่นาจาง และขุนแม่ลาน้อย
และจากข้อเท็จจริงดังกล่าว เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำลาและภาคีเครือข่ายจึงได้ออกคำประกาศเจตนารมณ์เรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันจุดยืนในการคัดค้านการทำเหมืองแร่ฟลูออไรต์ และเรียกร้องให้คุ้มครองสิทธิของชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
…………………………………………..
ทศพล บุญพัฒน์ / จ.แม่ฮ่องสอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *