ภัทรพงศ์รัฐมนตรีช่วยคมนาคมสั่งติดตามใกล้ชิดเหตุผู้โดยสารกระทำการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายบนเที่ยวบิน

ภัทรพงศ์รัฐมนตรีช่วยคมนาคมสั่งติดตามใกล้ชิดเหตุผู้โดยสารกระทำการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายบนเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ย้ำความปลอดภัยต้องมาก่อนเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 เวลา 23.00 นาฬิกา นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีได้รับรายงานเหตุการณ์ผู้โดยสารกระทำการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยกล่าวอ้างมีอันตรายต้องห้ามบนอากาศยานของ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ เอฟดี 4401 เส้นทางท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระบี่ – เส้นทางสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ในฐานะที่กำกับดูแลกรมท่าอากาศยาน ตนได้พูดคุยและหารือกับนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน รวมถึงนางธนิสรา สิงหกุล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานจังหวัดกระบี่ ต่อกรณีนี้พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินอย่างเคร่งครัดโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.47 นาฬิกา ขณะอากาศยานกำลังถอยออกจากหลุมจอด ที่ท่าอากาศยานนานาติจังหวัดกระบี่ นักบินได้ตัดสินใจนำเครื่องกลับเข้าหลุมจอดทันที หลังได้รับแจ้งจากผู้โดยสารว่ามีวัตถุอันตรายในสัมภาระถือขึ้นเครื่อง แม้ภายหลังผู้โดยสารจะยอมรับว่าเป็นการพูดหยอกล้อ แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุดนักบินได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยให้นำผู้โดยสารและสัมภาระลงจากเครื่องเพื่อตรวจสอบ ทั้งนี้ท่าอากาศยานจังหวัดกระบี่ได้เคลื่อนย้ายอากาศยานไปยังหลุมจอด ในพื้นที่ห่างจากอาคารผู้โดยสารเพื่อดำเนินการตรวจสอบตามแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินโดยไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการให้บริการ เที่ยวบินอื่นยังสามารถขึ้นและลงได้ตามปกตินายภัทรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการตรวจสอบแล้วเสร็จเมื่อเวลา 20.00 นาฬิกา ไม่พบวัตถุอันตรายต้องห้ามและสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด โดยเที่ยวบินเอฟดี 4401 ได้เดินทางออกจากท่าอากาศยานจังหวัดกระบี่ในเวลา 21.00 นาฬิกา ล่าช้าจากกำหนดเวลาเดิม 4 ชั่วโมง 15 นาที สำหรับผู้โดยสารที่กระทำความผิดสายการบินได้นำไปแจ้งความดำเนินคดี ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ขอย้ำว่าความปลอดภัยของผู้โดยสารและการบินเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด การกล่าวอ้างหรือกระทำการใดที่สร้างความตื่นตระหนก ไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือหยอกล้อล้วนมีความผิดตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดในส่วนของกรมท่าอากาศยาน จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินฯของท่าอากาศยานอย่างเคร่งครัด โดยเน้นย้ำมาตรฐานความปลอดภัยและรักษาความปลอดภัยในการดำเนินงาน เพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทาง








