“ดร.ศุภชัย คล่องขยันและศุภผล จริงจิตร” นำเสียงภาคสนาม ดัน กสทช.เร่งคุม OTT ชงแก้กฎหมาย ปกป้องคนไทยจากสแกม

“ดร.ศุภชัย คล่องขยันและศุภผล จริงจิตร” นำเสียงภาคสนาม ดัน กสทช.เร่งคุม OTT ชงแก้กฎหมาย ปกป้องคนไทยจากสแกม–ข่าวปลอมเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 สำนักงาน กสทช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดประชุมเฉพาะกลุ่ม หรือ Focus Group ระดมสมองหน่วยงานรัฐ เอกชน และสื่อมวลชน เร่งปรับปรุงข้อกฎหมายกำกับดูแลบริการ OTT หรือ Over-the-Top ให้ทันสมัย รับมือโลกสื่อยุคดิจิทัล พร้อมชูประเด็นร้อนการจัดการปัญหาสแกมเมอร์และ SMS หลอกลวง เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม บรรยากาศการประชุม ณห้องประชุม Goody 2 โรงแรมอะเดย์ อิน จังหวัดเพชรบูรณ์ เต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเข้มข้น โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพงศ์ บุญเหลือ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ปฏิบัติราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ โซะเฮง และ รองศาสตราจารย์ดุลยวิทย์ นาคนาวา ร่วมบรรยายและรับฟังข้อเสนอจากทุกภาคส่วน เวทีครั้งนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานด้านกิจการกระจายเสียง ประจำปี 2568 โดยมุ่งเน้นการกำกับดูแลสื่อ OTT ซึ่งปัจจุบันเป็นช่องทางหลักของการสื่อสารและมีอิทธิพลต่อสังคมอย่างสูงไฮไลต์สำคัญอยู่ที่เสียงสะท้อนจากภาคสื่อ โดย ดร.ศุภชัย คล่องขยัน ประธานสมาพันธ์สื่อมวลชนเพชรบูรณ์ ที่แสดงวิสัยทัศน์อย่างชัดเจน เรียกร้องให้ กสทช. เร่งยกระดับบทบาทการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ทันต่อสถานการณ์“ถึงเวลาที่ต้องทำให้การกำกับดูแลชัดเจนและทันโลก เพราะข่าวปลอมและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกำลังส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างรวดเร็ว” ดร.ศุภชัย กล่าวขณะที่ นายศุภผล จริงจิตร ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวภาค 6 นิตยสารตำรวจเพื่อมวลชน ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ สูญเงินกว่าหนึ่งแสนบาท สะท้อนปัญหาสแกมที่กำลังลุกลามในสังคมไทยการประชุมได้เน้นประเด็นสำคัญ ทั้งการกำกับดูแลแพลตฟอร์มข้ามชาติ การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะ SCAM และ SMS หลอกลวง รวมถึงการนำข้อเสนอเชิงนโยบายไปพัฒนาแนวทางกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นมหาวิทยาลัยรามคำแหง ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ จะรวบรวมข้อมูลจากเวทีครั้งนี้ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เสนอต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาในสภาฯ และผลักดันการแก้ไขกฎหมายให้เกิดผลในทางปฏิบัติการเคลื่อนไหวครั้งนี้ สะท้อนความตั้งใจของ กสทช. และทุกภาคส่วน ที่ต้องการยกระดับการกำกับดูแลสื่อไทยให้ทันต่อเทคโนโลยี พร้อมปกป้องประชาชนจากภัยออนไลน์อย่างยั่งยืนชุลีพร ตาลสุข ข่าวเพชรบูรณ์








