หลายหน่วยงานด้านความมั่นคง ของ จ.พิษณุโลก ได้สนธิกำลังสกัดจับ ขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ใช้รถบรรทุกมา 10 คัน จับได้จำนวน145 คน และคาดว่ายังหลบหนีอีกประมาณ 5 คน

ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก นาย เกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการ จ.พิษณุโลก ได้เดินทางมาติดตามคดีการจับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานด่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย ซึ่งก่อนหน้านั้น หลายหน่วยงานด้านความมั่นคง ของ จ.พิษณุโลก ได้สนธิกำลังกัน เช่น ตร.ทางหลวง , กอ.รมน.จว.พล. , ปกครอง , ตชด.31 และหน่วยข่าวกรองทางทหาร ได้ขับรถไล่ติดตาม รถยนต์ที่ลักลอบขนแรงงานต่างด้าว เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยจากการรายงานของ หน่วยข่าวกรองทางทหาร แจ้งมายังฝ่ายความมั่นคงว่า จะมีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองในลักษณะนั่งมาหลังรถกระบะ มีผ้าคลุม ใช้เส้นทางจากต้นทางคือ แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อเข้าไปยัง กรุงเทพฯ

โดยใช้เส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข 11 ผ่าน จ.พิษณุโลก เพื่อแยกย้ายไปยังเป้าหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทางหารได้สังเกต พบมีการเดินทางจากต้นทาง อ.แม่สาย ที่มีแรงงานชาวปะโอ รัฐฉาน ประเทศเมียนมา จำนวนมาก ข้ามมาติดต่อทำใบบอร์เดอร์พาส เพื่อขอเข้ามาทำกิจกรรมใน จ.เชียงราย ซึ่งจะหมดอายุ 13 พ.ค.69 กระทั่งคืนวานนี้ ได้มีการนัดรวมตัวกัน มาขึ้นรถที่มีนายหน้าฝั่งไทย ได้ลอบนำรถยนต์ ทะเบียน เชียงราย และ ปทุมธานี มารอรับ แล้วเรียกเก็บค่าหัวในราคา หลักพันและหลักหมื่นบาท ต่อคน แล้วแต่ปลายทาง โดยมุ่งหนีความเดือดร้อนจากภาวการณ์สู้รบ และความยากจน เพื่อมาหางานทำในประเทศไทย กระทั่งมาถึงด่านตรวจ ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก และด่านหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงบ้านป่า ช่วงประมาณเวลา 01.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับแรงงานต่างด้าวครั้งแรกได้ 50 คน จากรถ 3 คัน จากนั้นได้ขยายผลตามจับรถจนครบ 10 คัน ที่ทะยอยขับตามกันมา ขณะเข้าจับกุมก็มีการจอดวิ่งหลบหนีลงข้างทางบ้าง โดยยอดจับกุมทั้งสิ้น 145 คน เป็นคนไทย 1 คน ซึ่งเป็นผู้นำพา และจะถูกฟ้องผิด ป.อาญา 189 ส่วนแรงงานต่างด้าว จะถูกฟ้องในข้อหา อยู่ในราชอาณาจักรไทย โดยไม่ได้รับอนุญาต และคาดว่ายังมีชาวพม่า หลบหนีเข้าป่าแถบ ต.ทับยายเชียงอีก 5 คน โดยผู้ว่าราชการ จ.พิษณุโลก ได้ประสานไปยังท่านอัยการ จ.พิษณุโลก แล้ว โดยจะนำส่งฟ้องศาลแขวง และศาลเยาวชน ในวันเสาร์ที่ 9 พ.ค.69 และจะผลักดันกลับไปยัง ตม. จ.เชียงรายทันที โดยช่วงนี้จะทำการคุมตัวไว้ทั้งหมดที่ ศูนย์ประสานแผน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ก่อนส่งฟ้องศาล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *