จ.จันทบรีรองนายกฯ “ศุภจี” ลงพื้นที่จันทบุรี ประชุมหารือทุกภาคส่วนเตรียมรับมือผลผลิตทุเรียนและมังคุดภาคตะวันออกที่กำลังจะออกสู่ตลาดอย่างหนาแน่นในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2569

วันนี้ (9 พ.ค. 69) ที่ โรงคัดบรรจุ บริษัท อรษา ฟรุ๊ต จำกัด จังหวัดจันทบุรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการตลาดและรักษาเสถียรภาพราคามังคุดและทุเรียน โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ผู้แทนส่วนราชการ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการล้งผลไม้ เข้าร่วมประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ในที่ประชุมได้มีการเสนอแนะให้จัดตั้ง ศูนย์พัฒนาคุณภาพไม้ผลจังหวัดจันทบุรี (Fruit Processing Center) เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการดูดซับผลผลิตในช่วงที่ล้นตลาดหรือเกินความต้องการ ผ่านกระบวนการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยภาคเอกชนได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนด้านอุปกรณ์ โครงสร้าง และระบบการแปรรูปที่ทันสมัย ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ระบุว่าพร้อมให้การสนับสนุนใน 2 มิติหลัก ได้แก่ มิติแรก คือการจัดตั้งตลาดกลางสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐาน มีการแสดงราคาอย่างชัดเจนและโปร่งใส พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มมาช่วยด้านการประชาสัมพันธ์และจับคู่ธุรกิจ มิติที่สอง คือการสนับสนุนให้จัดตั้งคลังสินค้าและห้องเย็นสาธารณะ ซึ่งต้องดำเนินการขออนุญาตตาม พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล ห้องเย็น พ.ศ. 2558 เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการมีพื้นที่จัดเก็บสินค้า รักษาคุณภาพ และรอจังหวะที่เหมาะสมในการกระจายสินค้า

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่มีการหารือคือ ความคืบหน้า (ร่าง) พระราชบัญญัติทุเรียน พ.ศ. … ซึ่งมีสาระสำคัญในการจัดตั้ง “คณะกรรมการนโยบายทุเรียนแห่งชาติ” เพื่อให้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการวางยุทธศาสตร์ระยะยาว ตั้งแต่การกำหนดพื้นที่ปลูก (Zoning) ไปจนถึงการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พร้อมทั้งบังคับใช้ระบบขึ้นทะเบียนผ่าน Digital Platform สำหรับทุกคนในห่วงโซ่ ได้แก่ เกษตรกร มือตัดทุเรียน (ที่ต้องมีใบรับรอง Certified Cutter เพื่อป้องกันปัญหาทุเรียนอ่อน) และล้งรับซื้อ (ที่ต้องรายงานยอดรับเข้า-ส่งออกแบบ Real-time เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์) นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดจัดตั้งกองทุนทุเรียนไทย (CESS) เพื่อนำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนา ทำการตลาดระดับโลก และประกันความเสี่ยงด้านราคาให้เกษตรกร อย่างไรก็ตาม สถานะปัจจุบันของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ อยู่ระหว่างการปรับปรุงโดยสภาเกษตรกรแห่งชาติ ตามข้อสังเกตของกระทรวงการคลังที่เน้นย้ำให้พิจารณาถึงความคุ้มค่า และต้องไม่เป็นภาระต่องบประมาณรัฐในระยะยาว ก่อนจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้งสำหรับสถานการณ์ผลไม้ในปี 2569 ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ผลผลิตมังคุด ภาพรวมทั้งประเทศลดลงร้อยละ 6 (อยู่ที่ 0.318 ล้านตัน) โดยเฉพาะภาคตะวันออกที่ลดลงหนักถึงร้อยละ 33 (เหลือ 0.175 ล้านตัน) แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือช่วงกระจุกตัว (Peak) ในเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ซึ่งผลผลิตจะออกมาถึงร้อยละ 58 ของภาคตะวันออก จึงต้องเร่งระบายสินค้าทั้งส่งออกและบริโภคในประเทศ โดยราคาหน้าล้งเกรดมันรวม ณ ต้นเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 80-85 บาท/กิโลกรัม ทำยอดส่งออกสะสมตั้งแต่ต้นปีไปแล้วกว่า 1 หมื่นตัน สร้างมูลค่ากว่า 616 ล้านบาท ในทางกลับกัน สถานการณ์ทุเรียน กลับมีผลผลิตพุ่งสูงขึ้นร้อยละ 28 แตะระดับเกือบ 2 ล้านตัน โดยภาคตะวันออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 และจะออกสู่ตลาดมากที่สุดในเดือนพฤษภาคมนี้ (คิดเป็นร้อยละ 47 ของผลผลิตทั้งภาค) ทั้งนี้ ภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันคุมเข้มคุณภาพการเก็บเกี่ยวอย่างเคร่งครัด มีการกำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งที่ชัดเจน ส่งผลให้ราคาหมอนทองเกรด AB พุ่งสูงถึง 140-150 บาท/กิโลกรัม และสามารถสร้างยอดส่งออกสะสม (ม.ค. – พ.ค.) ทะลุ 4 แสนตัน กวาดรายได้เข้าประเทศไปแล้วกว่า 46,352 ล้านบาทจ.จันทบรีรองนายกฯ
สุภาพร นิยมกิจ
ทีมข่าวจันทบุรี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *