พ่อเมืองนราฯ” พร้อมชุดดับไฟป่า เดินหน้าลุยพื้นที่ 4 อำเภอ พบเสียหายรวม 867 ไร่ เร่งสูบน้ำ พร้อมทำแนวกันไฟ

สถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ยังคงวิกฤตใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ยี่งอ, ตากใบ, สุไหงปาดี และ อ.สุไหงโก-ลก พื้นที่เสียหายประมาณ 867 ไร่ โดย นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส สั่งการให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด บูรณาการร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับอำเภอ, หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ฝ่ายปกครอง, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งกรมทหารราบที่ 151 และนาวิกโยธินกองทัพเรือ เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ลุกลาม 
สำหรับ อ.ยี่งอ ไฟป่าปะทุตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.69 ที่หมู่ 1 ต.ตะปอเยาะ พื้นที่เสียหายประมาณ 600 ไร่ ยังพบจุดความร้อน กลุ่มไฟและหมอกควันบางพื้นที่ เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำเข้าพื้นที่ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล วางท่อส่งน้ำไฟใหญ่ ทำแนวกันไฟ และใช้โดรนบินสำรวจควบคู่กับภาคพื้นดิน
ส่วน อ.ตากใบ พื้นที่ ต.โฆษิต, ต.พร่อน และ ต.บางขุนทอง พื้นที่เสียหายประมาณ 133 ไร่ ยังพบจุดความร้อน กลุ่มไฟและหมอกควันบางพื้นที่ เจ้าหน้าที่เร่งทำแนวกันไฟ ควบคุมไฟใต้ผิวดิน และใช้เครื่องจักรกลสนับสนุนการปฏิบัติ ป้องกันการลุกลาม
อ.สุไหงปาดี พื้นที่ ต.ปะลุรู และ ต.สุไหงปาดี พื้นที่เสียหายประมาณ 94 ไร่ ยังต้องเฝ้าระวังจุดความร้อนและกลุ่มควันอย่างต่อเนื่อง มีการสูบน้ำ ทำแนวกันไฟ และมีชุดเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง 
และ อ.สุไหงโก-ลก ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว มีเพียงกลุ่มควันเล็กน้อยบางจุด พื้นที่เสียหายประมาณ 40 ไร่ ทำแนวกันไฟระยะทางประมาณ 2.8 กิโลเมตร และจัดชุดเฝ้าระวังป้องกันการลุกลาม
ขณะที่ค่าฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ที่ 7.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 12 อยู่ในระดับดี ประชาชนสามารถดำเนินกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานสาธารณสุข ได้เข้ามอบหน้ากากอนามัย พร้อมแนะนำวิธีป้องกันผลกระทบจากหมอกควันในพื้นที่เสี่ยง 
ผวจ.นราธิวาส เผยว่า หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.สงขลา ได้นำเครื่องบิน L410 ปฏิบัติการบินที่ 1 แนวพื้นที่ อ.บาเจาะ ถึงสุไหงปาดี รวมทั้งพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง และป่าพรุบาเจาะ–ไม้แก่น ปฏิบัติการทำฝนเทียม สนับสนุนภารกิจควบคุมและดับไฟป่าครั้งนี้
ล่าสุด ได้ระดมรถดับเพลิงรวม 14 คัน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ เข้าสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าพรุบาเจาะ ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ เร่งสูบน้ำจากแหล่งน้ำขนาดใหญ่ของ ปภ. และสถานีพัฒนาที่ดิน ที่อยู่ห่างจุดเกิดเหตุ 5 กิโลเมตร เข้าพื้นที่ โดยใช้เครื่องสูบน้ำระยะไกล 2 เครื่อง เสริมด้วยเครื่องสูบน้ำแบบหาบหาม เพิ่มความชุ่มชื้นและลดการลุกไหม้ใต้ผิวดิน
    @@@@@@@@@@@

นราธิวาส – ภาพข่าว
มารีดา บุญพล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *