ตัวแทนเกษตรกร ทุ่งบางระกำพิษณุโลก โอด วันนี้ชาวนาในทุ่งเริ่มทำนาแล้ว และคาดว่าเกี่ยวไม่ทัน 15 ส.ค.69 นี้ ตามกำหนดแน่ อยากให้รัฐคิดหาวิธีการแก้ไข ทำให้ได้ตามข้อตกลงก่อนเกิดโครงการนี้ พร้อมให้ความยุติธรรม และชดเชยความเสียหายอย่างสมเหตุสมผล เราจะมามารถอยู่ร่วมกันได้ และจะไม่ปฏิเสธโครงการบางระกำโมเดลเลยเนื่องในวันเกษตรกร

วันนี้ นาย วิบูลย์ ตั้งเกษมวิบูลย์ นายเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางระกำเมืองใหม่ ในฐานะตัวแทนพี่น้องชาวทุ่งบางระกำโมเดล ได้บอกถึงความในใจของเกษตรกรที่นี่ว่า ไม่ได้อยากที่จะไม่ให้มีโครงการบางระกำนี้แล้ว หากมีการชดเชยอย่างสมเหตุสมผล ทุกวันนี้ทางราชการมองว่า ทุ่งบางระกำเป็นพื้นที่เก็บน้ำ

เพื่อช่วยบรรดทาความเดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง รวมทั้ง กรุงเทพ ฯ และ ปริมณฑล แล้วมีเงื่อนไขกับพวกเราว่า จะจัดหาน้ำมาให้เกษตรกรได้ทำการเกษตรในช่วงเดือนเมษายน ให้ปรับเปลี่ยนห้วงเวลาในการเพาะปลูกใหม่ นี่คือสิ่งที่ภาครัฐควรทำ และไม่ควรมีเงื่อนไขต่อชาวทุ่งบางระกำโมเดล ที่จะให้เราเป็นที่รับน้ำโดยที่ไม่มีที่สิ้นสุด อันหนึ่งคือ กรมชลประทานได้ระบุว่าจะเก็บน้ำในทุ่ง 400 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 41 จากระดับน้ำทะเลปานกลาง หรือ รทก. ซึ่งในห้วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าไม่สามารถทำได้ตามนี้เลย นั่นหมายความว่า รัฐละเลยที่จะทำตามที่ตกลงกันไว้ วันนี้ไม่ใช่เป็นการปฏิเสธโครงการบางระกำโมเดล 100 เปอร์เซ็นต์ แต่อยากให้ปฏิบัติตามข้อตกลง เมื่อทำไม่ได้ ชาวทุ่งบางระกำโมเดล ก็ต้องทวงถามความยุติธรรม

เราได้ขาดการประกอบอาชีพไป 4 – 5 เดือน เราขาดการทำนาไป 1 รอบ นั่นหมายความว่ารายได้สำหรับการยังชีพตัวเอง และครอบครัวนั้นหายไป ใครจะเป็นคนทดแทนสิ่งนี้ให้กับเรา เมื่อภาครัฐบอกว่าเอาพื้นที่เรา เอาบ้านเรา เอานาเรา เอาไร่เรา เอาที่นอนของเรา ไปเป็นที่เก็บน้ำ แล้วมีการชดเชยกันอย่างสมเหตุสมผล คิดว่าเราอยู่ร่วมกันได้ ชาวทุ่งบางระกำไม่ใช่คนใจไม้ ไส้ระกำ ถึงขนาดไม่เข้าใจอะไร แต่ว่าทุกคนต้องมีชีวิตอยู่ ผมคิดว่าภาครัฐต้องเห็นเรื่องนี้ แล้วคิดหาวิธีว่าการอยู่ร่วมกันของคนอยู่ในน้ำ ในเวลาที่ภาครัฐทำหน้าที่ของเขา แล้วชดเชยอย่างสมเหตุสมผล หรือ หาวิธีการอื่น ๆ เพื่อที่จะระบายน้ำ ไปยังทุ่งอื่น ๆ ในอัตราที่คาดว่าประชาชนจะไม่เดือดร้อน แต่ผมยืนยันว่า วันนี้คนบางระกำ ยังเดือดร้อนอยู่ แล้วต้องการความช่วยเหลือ ต้องการความยุติธรรม ให้กลับมา ตอนนี้ชาวบางระกำเริ่มทำนากันแล้ว เมื่อนับนิ้วจากวันนี้ ชาวนาที่ทำในวันนี้ก็ไม่สามารถเผาตอซังได้ตามเงื่อนไขของรัฐบาล คนเหล่านี้เก็บเกี่ยวไม่ทันในห้วงเวลาที่ชลประทานกำหนดไว้ คือ 15 ส.ค.นี้ อย่างแน่นอน ชลประทานก็บอกว่า เมื่อ 15 ส.ค.เกี่ยวไม่ทัน ก็จะเลื่อนเวลาเอาน้ำเข้าทุ่ง ในเดือน ก.ย. แล้วใครจะบอกได้ว่าน้ำจะมาเมื่อไหร่ ถ้าพายุมาเดือน ส.ค. ชลประทานจะสามารถทำอย่างนั้นได้หรือไม่ อีกอย่างที่ไม่มีคนรู้ก็คือ น้ำที่ท่วมขังต้นข้าว ต้นพืชนั้น ไม่ได้รับการชดเชย นะ สิ่งนี้คือความสำคัญ อะไรคือความมั่นคงของคนที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยในลักษณะนี้ อย่างเช่นตอนนี้ก็มีการเตรียมการปล่อยน้ำจาก สุโขทัย เข้ามาสู่ทุ่งบางระกำ ทางแม่ยมฝั่งขวา ทางชลประทานที่ 3 ได้คิดที่จะทำอะไรให้ชาวบางระกำบ้างหรือยัง ถ้าเขาทำสำเร็จ ชาวบางระกำจะอยู่กันอย่างไร ขณะที่เราได้พยายามเรียกร้อง ว่าน้ำจากสุโขทัยเดิมมาหาเรา 60-70 เปอร์เซ็นต์ แต่หากมามากถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ เมื่อไหร่ นั่นคือหายนะ ถามว่ารัฐยังจะทำกับเราอย่างนี้อีก หรือ ชลประทานที่ 3 ยังไม่มีวิธีแก้ไขปรับปรุง ในเรื่องของการจัดการน้ำในฤดูกาลที่จะถึง หรือปีต่อ ๆ ไป ให้ประชาชนได้มีความอุ่นใจ และมั่นคงในการใช้ชีวิต อีกหรือ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *