หนองบัวลำภู สู่ขวัญควายเพื่อนยากแห่งท้องทุ่ง รากเหง้าแห่งวิถีชีวิตชาวนาในอดีต ก่อนประกวดควายสวยงามชิงถ้วยพระราชทานฯใกล้วันพืชมงคล พร้อมประกวดรำสู่ขวัญควาย เป็นการสืบสานวัฒนธรรมอีสาน

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่บริเวณสนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำภู นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู นางศรัณยา สุวรรณพรหม นายก อบจ.หนองบัวลำภู ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู นายอำเภอทั้ง 6 อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดหนองบัวลำภู ได้ร่วมกัน ทำพิธีสู่ขวัญควาย ซึ่งเป็นพิธีพื้นบ้านของชาวอีสานและหลายพื้นที่ในไทยที่สืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน ที่ได้สะท้อนเรื่องราวระหว่างคนกับควาย ผู้เป็นแรงงานหลักในการไถนาในอดีต

เสมือนหนึ่งเพื่อนยากแห่งท้องทุ่ง เป็นสืบทอดประเพณีเหล่านี้ไว้ให้กับลูกหลานได้ศึกษาเรียนรู้ โดยเฉพาะชาวนาภาคอีสาน ยังคงรักษาไว้เพื่อแสดงความกตัญญูต่อสัตว์ผู้เป็นแรงงานสำคัญของครอบครัวชาวนา การสู่ขวัญควาย จึงเป็นการฟื้นรากเหง้าวิถีชาวนาไทย จากแรงงานคู่ทุ่งสู่สัญลักษณ์แห่งความผูกพัน เพื่อขอขมาควาย ขอบคุณควายที่ช่วยงานทำนา และเรียกขวัญให้สัตว์มีแรง ไม่เจ็บป่วย

ถือเป็นการแสดงความผูกพันระหว่างคนกับควาย ควายถือเป็น “แรงงานหลัก” ของชาวนาไทยในอดีต จึงมีฐานะเสมือนสมาชิกครอบครัว ความเกี่ยวข้องกัน ทั้งสองอย่างเกี่ยวข้องกันในหลายด้าน เช่น เป็นพิธีเกี่ยวกับฤดูกาลเพาะปลูก สร้างขวัญกำลังใจให้เกษตรกรก่อนถึงฤดูกาล ทำนา ทำการเกษตร โดยเฉพาะในเดือน พฤษภาคมของทุกปี ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความหวังของเกษตรกรไทย โดยมีหมอพราหมณ์ ทำพิธีสวดตามประเพณีโบราณ พร้อมด้วยเครื่องคาย เช่น หญ้าสด กล้วย ผลไม้ต่าง ๆ ประกอบพิธีและพานบายศรี ขันหมากเบ็ง ธูป เทียน พร้อมได้มีการโยงด้วยสายสิญจน์ ไปยังควายที่มีทั้งควายเผือก ควายดำ ตัวแทนของควายทั้งหลาย ที่วันนี้ หากเป็นในอดีตก็คือจะต้องใส่แอก ใส่ไถ ไถนา แต่วันนี้จะถูกปลดแอก ปลดไถ นำ สัตว์เลี้ยงคู่ชีวิตของเกษตรกรมาบายศรีสู่ขวัญ ก่อนจะมีการประกวดควายสวยงามชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐานธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดหนองบัวลำภู ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 13-14 พค.ศกนี้ หลังเสร็จพิธี นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน ได้ ร่วมกันผูกด้ายให้ ควายที่เข้าร่วมพิธีที่บริเวณเขาของควาย นอกจากนั้นยังได้มีการประกวดฟ้อนรำสู่ขวัญควาย จากทีมนางรำแต่ละทีมไม่น้อยกว่า 100 คน จากทั้ง 6 อำเภอของจังหวัดหนองบัวลำภู มาร่วมฟ้อนรำสู่ขวัญควายพร้อมทั้งประกวด ความสวยงาม และความเป็นประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านของอีสาน ชิงเงินรางวัลกว่า 100,000 บาท โดยทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็น ทีมจากอำเภอเมืองหนองบัวลำภู รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง อำเภอศรีบุญเรือง และรองชนะเลิศอันดับสอง เป็นทีมจากอำเภอโนนสัง ท่ามกลางบรรยากาศการลุ้นเชียร์กันอย่างคึกคักสนุกสนาน นับว่า เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในงานเกษตรแฟร์ของจังหวัดหนองบัวลำภู ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-16 พฤษภาคม 2569 นี้ เป็นการสะท้อนวิถีท้องถิ่น รากเหง้าของชาวบ้านไม่ให้เลือนหายไป สำหรับ ในอดีต “ควาย” ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยง แต่เป็นทั้งแรงงาน คู่ชีวิต และทรัพย์สินล้ำค่าของชาวนาไทย ทุกฤดูกาลเพาะปลูกควายต้องทำหน้าที่ไถนา ลากเกวียน และช่วยงานหนักในไร่นา ชาวบ้านจึงเชื่อว่าควายก็มี “ขวัญ” เช่นเดียวกับคน หากเหน็ดเหนื่อย อ่อนแรง หรือเจ็บป่วย ก็จำเป็นต้องมีพิธีเรียกขวัญและบำรุงจิตใจตามความเชื่อพื้นบ้าน พิธีสู่ขวัญควายจึงเกิดขึ้น ผ่านการผูกแขนคล้องเชือกมงคล การกล่าวคำขอขมา และการนำอาหารที่ดีที่สุดมาเลี้ยงควาย เสมือนการตอบแทนบุญคุณแรงงานที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชาวนามาตลอดทั้งปี หลายชุมชนเลือกจัดพิธีสู่ขวัญควายในช่วงใกล้วันพืชมงคล หรือก่อนเริ่มฤดูกาลดำนา เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยและสร้างกำลังใจให้ทั้งคนและสัตว์ ซึ่งสะท้อนความเชื่อดั้งเดิมที่ผูกโยงมนุษย์ ธรรมชาติ และวิถีเกษตรเข้าไว้ด้วยกันแม้ปัจจุบันเครื่องจักรกลการเกษตรจะเข้ามาแทนที่แรงงานควายในหลายพื้นที่ แต่พิธีสู่ขวัญควายยังคงมีความหมายในฐานะ “มรดกทางวัฒนธรรม” ที่บอกเล่ารากเหง้าของสังคมเกษตรไทย และเตือนให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ และในช่วงใกล้ วันพืชมงคล จึงไม่ใช่เพียงพิธีเปิดฤดูกาลเพาะปลูก หากยังเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ความศรัทธา และวิถีชีวิตที่เคารพทุกชีวิตในผืนนา รวมถึง “ควาย” ผู้เคยเป็นหัวใจสำคัญของท้องทุ่งไทยมาตลอดหลายชั่วอายุคนสุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ รายงานข่าวจังหวัดหนองบัวลำภู

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *