รวบสิงห์ขี้ยาฉกกระเป๋าเงินแม่ค้าไข่ในตลาดเมืองอุดรฯ อ้างหลอนยามีคนตามฆ่าจึงต้องหนี

จากกรณีมีคนร้ายเป็นชายก่อเหตุขโมยกระเป๋าแม่ค้าขายไข่ ภายในมีเงินสดประมาณ 2 หมื่นบาท และพระเลี่ยมทอง 1 องค์ แล้วขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เหตุเกิดภายในตลาด ส.นงนุช บ้านหนองใหญ่ ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวนพิรุณ สภ.เมืองอุดรธานี โชว์ฝีมือแกะรอยจากกล้องวงจรปิด จนสามารถจับกุมคนร้ายรายนี้ได้ไม่ถึง 48 ชม.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.ดิษฐวัฒน์ ถาวรสินพงศ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ต.บันเทิง ทัพโยธา สว.(สืบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมตำรวจสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายเชาวลิต ยุวนิช หรือบอย อายุ 43 ปี ชาว ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์ หลังจากไปก่อเหตุขโมยกระเป๋าเงินของ น.ส.สมควร ชาญเชียว อายุ 62 ปี แม่ค้าขายไข่ ในตลาด ส.นงนุช ภายในกระเป๋ามีเงินสด 2 หมื่นบาท และพระเหลี่ยมทอง 1 องค์ โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดภายในตลาดเป็นหลักฐาน

หลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวนได้แกะรอยผู้ต้องหารายนี้จากกล้องวงจรปิด จนทราบว่าผู้ต้องหามีบ้านอยู่ที่ บ้านศรีบุญเรือง ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อไปถึงก็ยังไม่พบตัวผู้ต้องหา กระทั่ง 07.00 น. วันที่ 12 พ.ค.69 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าผู้ต้องหาได้กลับเข้ามาที่บ้านแล้ว จึงนำกำลังเข้าจับกุม ตรวจค้นภายในบ้านพบเงินสด 6,000 บาท หมวกกันน็อคสีดำ 1 ใบ เสื้อแขนยาวลายพรางทหารสีเขียว กางเกงยีนขาสั้น ซึ่งเป็นชุดเดียวกันกับที่ใส่ก่อเหตุ ส่วนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีม่วงขาวชมพู ไม่ติดป้ายทะเบียน ยึดได้ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากแม่ผู้ต้องหาเอาไปจอดไว้ ไม่ให้ผู้ต้องหามาเอาไปขับใช้อีก

จากการสอบสวนนายเชาวลิต ให้การรับสารภาพว่า ได้ลงมือก่อเหตุจริง ในกระเป๋ามีเงินไม่ถึง 2 หมื่นบาท แต่ไม่ทราบจำนวน และไม่มีพระเลี่ยมทองเหมือนที่แม่ค้าอ้าง เมื่อล้วงเอาเงินออกมาจากกระเป๋า ตนก็เอากระเป๋าโยนทิ้งข้างทาง จำไม่ได้ว่าทิ้งไว้จุดไหน จากนั้นตนก็เอาไปใช้จ่าย ซื้อข้าวกิน ซื้อยาบ้ามาเสพ จนเหลือเงินอยู่แค่ 6,000 บาท ที่ตลาดนี้เคยมาก่อเหตุแค่ครั้งเดียว แต่เคยไปก่อเหตุที่อื่นหลายครั้งแล้ว สำนึกผิดที่ก่อเหตุ อยากขอโทษแม่ค้าที่สร้างความเดือดร้อน แต่ตนไม่มีทางเลือก เพราะตนไม่มีเงินใช้จ่าย ไม่มีงานทำ

“ก่อนลงมือก่อเหตุ ได้เสพยาบ้าจนหลอนว่ามีคนตามฆ่า จึงได้ขโมยรถจักรยานยนต์ของแม่ ขี่ไปตลาด ส.นงนุช เพื่อไปหาขโมยเงิน เมื่อเดินเข้าไปตลาดมองหา ก็พบกระเป๋าเงินแม่ค้าวางอยู่บนแผง แต่ไม่เห็นแม่ค้า จึงได้คว้าเอากระเป๋าเงิน แล้ววิ่งไปขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เปิดกระเป๋าเอาเงินสดประมาณ 1 หมื่นกว่าบาท ไม่ถึง 2 หมื่น ส่วนกระเป๋าขว้างทิ้งข้างทาง ก็นำเงินไปใช้ซื้อยาบ้าเสพ และใช้จ่าย เหลือเงิน 6,000 บาท ก็มาโดนตำรวจจับ”
หลังจากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวนายบอยไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ตลาด ส.นงนุช เมื่อไปถึงก็ได้ชี้ตามจุดต่างๆ โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที โดยมีพ่อค้าแม่ค้า และชาวบ้านที่มาจับจ่ายที่ตลาด มามุงดูการทำแผนด้วยความสนใจ จังหวะที่นายบอยเจอหน้ากับ น.ส.สมควร แม่ค้าขายไข่ ผู้เสียหาย นายบอยได้ยกไหว้ขอโทษ ที่ได้ก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้ ซึ่ง น.ส.สมควร ได้ยกโทษให้ แต่ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยากได้เหรียญหลวงปู่ทวดเลี่ยมทอง ซึ่งนายบอยบอกว่าไม่เห็น แต่ตำรวจได้นำไปไว้ที่พนักงานสอบสวน เจ้าของคดีแล้ว ทำให้ น.ส.สมควร ดีใจที่ได้พระเลี่ยมทองคืน
ต่อมานางอารดา อายุ 64 ปี แม่นายบอย เดินทางมาพบลูกชายที่ สภ.เมืองอุดรฯ พร้อมกล่าวว่า นายบอยเคยโดนจับ ข้อหา พยายามฆ่า ติดคุก 4 ปี และข้อหา ลักทรัพย์บุพการี ติดคุก 3 ปี พึ่งพ้นคุกออกมาได้ 5 เดือน นายบอยก็ไม่ยอมทำงาน ไม่เลี้ยงดูลูก แถมเสพติดยาบ้าจนหลอน หลังรู้ว่านายบอยมาขโมยรถของตน ไปก่อเหตุลักทรัพย์แม่ค้าในตลาด ตนก็นำรถไปจอดไว้ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน เพื่อไม่ให้นายบอยนำรถไปก่อเหตุอีก พอโดนจับนายบอยก็ขอร้องแม่ไม่ให้แจ้งความดำเนินคดีข้อหา ขโมยรถแม่ไปก่อเหตุ ซึ่งนางอารดา ก็รับปากว่าไม่แจ้งความดำเนินคดีกับนายบอย แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่จะให้โอกาส ซึ่งนายบอยได้ก้มลงกราบแม่ด้วยความสำนึกผิด
///////////////////////////
บรรยายภาพ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี นำ นายเชาวลิต ยุวนิช หรือบอย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ได้ขโมยเอากระเป๋าเงินของแม่ค้าขายไข่ในตลาด ส.นงนุชไป
/////////////////////// รัฐธนินท์ ถิรศิรเศรษฐ์ จ.อุดรธานี





