อธิบดีกรมการปกครอง เปิดโครงการ “นั่งสุข ลุกสบาย” ผสานพลังเมตตาคณะสงฆ์ ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ ในพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

วันนี้ (14 พฤษภาคม 2569) เวลา 13.30 น. ณ โดมโรงเรียนวัดกลางคลองสาม ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “นั่งสุข ลุกสบาย” เปลี่ยนโถสุขภัณฑ์แบบนั่งยองเป็นแบบนั่งราบ ให้แก่ผู้สูงอายุและผู้พิการที่ยากไร้ ในพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จำนวน 207 ครัวเรือน โดยได้รับความเมตตาจากพระวัชรญาณมุนี (พระอาจารย์เทียนชัย ชยทีโป) เจ้าอาวาสวัดเทพสรธรรมาราม เจ้าคณะตำบลบางปรอก (ธ.) เป็นเจ้าภาพผู้อุปถัมภ์มอบสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ โดยมีนายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นผู้กล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการฯ พร้อมด้วยปลัดจังหวัดปทุมธานี ท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี นายอำเภอคลองหลวง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม และผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่ายดำเนินงาน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

โครงการ “นั่งสุข ลุกสบาย” เปลี่ยนโถสุขภัณฑ์แบบนั่งยองเป็นแบบนั่งราบ ให้แก่ผู้สูงอายุและผู้พิการที่ยากไร้ นับเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความเมตตา ความเอื้ออาทร และบทบาทด้านการสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์ ที่ร่วมกับทุกภาคส่วนในการดูแลประชาชนผู้ด้อยโอกาสในสังคม เพราะสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการแล้ว “ห้องน้ำ” มิใช่เพียงพื้นที่ภายในบ้าน แต่เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัย สุขภาพ และคุณภาพชีวิต หลายครัวเรือนต้องเผชิญกับความยากลำบากในการลุกนั่ง บางรายมีความเสี่ยงต่อการหกล้ม บางครอบครัวต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพร่างกาย สภาพจิตใจ และการใช้ชีวิตประจำวัน

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดการประสานความร่วมมือขององค์กรภาคีเครือข่ายและผู้มีจิตศรัทธา โดยการนำของพระวัชรญาณมุนี (พระอาจารย์เทียนชัย ชยทีโป) เจ้าอาวาสวัดเทพสรธรรมาราม เจ้าคณะตำบลบางปรอก (ธ.) ที่ได้เมตตาเป็นเจ้าภาพผู้อุปถัมภ์ สนับสนุนสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนโครงการ “นั่งสุข ลุกสบาย” เข้าไปช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการที่ยากไร้ ให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อันเป็นการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคคณะสงฆ์ ภาคประชาชน ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนจิตอาสา ที่ต่างร่วมแรงร่วมใจกันสนับสนุนทั้งวัสดุอุปกรณ์ แรงงาน และกำลังใจ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปยังประชาชนในพื้นที่เป้าหมายอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังได้ดำเนินการครอบคลุมครบทั้ง 7 อำเภอของจังหวัดปทุมธานี โดยมีการส่งมอบสุขภัณฑ์และอุปกรณ์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้สูงอายุและผู้พิการในพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดปทุมธานีอย่างทั่วถึง และสำหรับกิจกรรมในวันนี้ ณ อำเภอคลองหลวง ถือเป็นการดำเนินงานในอำเภอสุดท้าย อันเป็นการบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ของโครงการฯ อย่างสมบูรณ์ สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือ ความเสียสละ และความปรารถนาดีของทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสงเคราะห์เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

อีกทั้ง ยังได้รับความเมตตาจากคณะสงฆ์อำเภอคลองหลวง ร่วมสนับสนุนวัสดุในการดำเนินงาน โดยพระครูวิจิตรอาภากร เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง เจ้าอาวาสวัดสว่างภพ ได้ส่งมอบปูน เพื่อใช้ในการติดตั้งและปรับปรุงสุขภัณฑ์ให้แก่ประชาชน เป็นงานด้านสาธารณสงเคราะห์ที่มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ยากไร้ในพื้นที่
พร้อมกันนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากวัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย และคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย โดยพระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้ส่งมอบปูน พร้อมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จำนวน 2,000 ถ้วย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและมอบให้แก่ประชาชน เป็นการสาธารณสงเคราะห์และส่งต่อกำลังใจแก่ผู้เข้าร่วมโครงการและครอบครัวผู้ได้รับความช่วยเหลือ

โครงการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของ “คณะสงฆ์” ในงานด้านการสาธารณสงเคราะห์ ที่นอกจากจะเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของประชาชนแล้ว ยังเป็นกำลังสำคัญในการเกื้อกูลสังคม ช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก และร่วมบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คณะสงฆ์ได้ร่วมดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายด้าน ทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ร่วมกับภาครัฐและชุมชนอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นภาพแห่งความร่วมมือของพลัง “บวร” ระหว่าง “บ้าน วัด โรงเรียน และราชการ” ที่ช่วยกันดูแลประชาชนอย่างอบอุ่นและเข้มแข็ง
ทั้งนี้ ในการดำเนินโครงการจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ผู้นำชุมชน ตลอดจนประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ ร่วมกันลงแรงช่วยเหลือในการติดตั้งและปรับปรุงสุขภัณฑ์ เพื่อส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไปยังบ้านของผู้สูงอายุและผู้พิการโดยตรง นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของการขับเคลื่อนงาน “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีต่อไป










