ผู้ว่าผนึกกำลังผู้แทนกระบี่ใช้พะงันโมเดลเชิงรุกปราบปรามธุรกิจนอมินีห่วงทุนย้ายฐานมาพื้นที่อำเภอเมืองและเกาะลันตาหลังถูกปราบเข้มงวดพร้อมดันปรับปรุงกฎหมายให้โทษหนักขึ้น

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.00 นาฬิกา ที่ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดกระบี่หลังใหม่ ถนนอุตรกิจ เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนายกิตติ กิตติธรกุล และนายกิตติชัย เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ร่วมประชุมคณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกระบี่ เพื่อร่วมตรวจสอบและปราบปรามการประกอบธุรกิจโดยใช้ตัวแทนคนไทยอำพราง หรือนอมินีในพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยนายกิตติ กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ทั้งนี้ด้วยปัจจุบันจังหวัดกระบี่ได้รับการร้องเรียนและจากข้อมูลจากหลายหน่วยงาน เกี่ยวกับกรณีชาวต่างชาติใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทน หรือเป็นตัวแทนอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายในการประกอบธุรกิจหลายประเภทในพื้นที่ ประกอบกับรัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีระกุลนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ดำเนินการปราบปรามกรณีนอมินีในพื้นที่เกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดังนั้นจังหวัดกระบี่จึงมีการประชุมเพื่อหาแนวทางป้องกันกรณีดังกล่าว เนื่องจากจังหวัดกระบี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย ขอชื่นชมทุกหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามปัญหานอมินี ส่วนในด้านกฎหมายจะต้องพิจารณา เนื่องจากมีข้อสังเกตว่าบทลงโทษยังเบาเกินไป ทำให้กลุ่มทุนต่างชาติที่มีเงินทุนจำนวนมากไม่เกรงกลัว โดยจะผลักดันให้มีการปรับปรุงกฎหมายและเพิ่มบทลงโทษให้เข้มงวดมากขึ้น เพราะหากแก้ปัญหาได้ จะเกิดผลดีต่อทุกพื้นที่ของประเทศไทย

แต่หากปล่อยไว้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบคือคนไทยที่ถูกแย่งอาชีพโดยชาวต่างชาตินายกิตติ กล่าวอีกว่า ซึ่งจากข้อมูลในจังหวัดกระบี่พบว่ามีบริษัทต่างชาติร่วมลงทุน 749 ราย แบ่งเป็นต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไปจำนวน 13 ราย และต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 736 ราย โดยก่อนหน้านี้กองกำกับการตำรวจสืบสวนสอบสวน กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ได้สืบสวนเชิงลึกและจับกุมดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ จำนวน 5 คน ศาลตัดสินแล้ว 1 คน เหลืออีก 4 คน อยู่ระหว่างดำเนินคดี พบว่าคนต่างด้าวที่มาร่วมลงทุนเป็นชาวรัสเซีย ชาวอิสราเอล และชาวกัมพูชา โดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง นอกจากนี้ สำนักงานกฎหมายหรือสำนักงานบัญชีที่รับมอบอำนาจไปดำเนินการด้านเอกสาร ก็ถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีด้วย

ซึ่งหลังจากนี้จะสืบสวนธุรกิจที่พบความผิดปกติในการร่วมลงทุนของคนไทยกับชาวต่างชาติ นำไปสู่การดำเนินคดีหากพบมีความเชื่อมโยงร่วมกันทำผิดกฎหมายด้านนายกิตติชัย เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ทั้งนี้มีข้อสังเกตุและพฤติกรรมของการใช้ตัวแทนอำพราง มีการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างแรงงาน การแจ้งประกันสังคม การแจ้งเข้าและออกของชาวต่างชาติในหลายนิติบุคคล และการจ้างแรงงานที่ผิดปกติหลายกรณี ส่วนใหญ่มีสำนักงานบัญชีเป็นผู้รับมอบอำนาจดำเนินการ และอาจมีการปลอมแปลงเอกสารเพื่อขึ้นทะเบียนธุรกิจ เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจนำเที่ยว นอกจากนี้พบว่ามีธุรกิจโรงเรียนสอนภาษาและค่ายมวย ที่ให้ชาวต่างชาติมาสมัครเรียนเพื่อนำไปขอวีซ่าพำนักระยะยาวแต่ไม่ได้มาอยู่จริง อีกสาเหตุหนึ่งก็คือบทลงโทษกรณีคนต่างด้าวและนอมินียังไม่รุนแรง ทำให้ไม่เกิดความเกรงกลัวต่อกฎหมาย โดยจังหวัดกระบี่จะใช้แนวทางพะงันโมเดลมาปราบปรามและป้องกันปัญหานอมินี โดยจะดำเนินคดีกับผู้ที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนอมินี และบังคับใช้กฎหมายที่ดิน กรณีมีการถือครองหุ้นของชาวต่างชาติผิดปกติในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะมีการบังคับให้จำหน่ายและริบที่ดินคืน โดยกรมที่ดินสามารถดำเนินการได้นายกิตติชัย กล่าวอีกว่า ตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาตัวแทนอำพรางยังมีช่องว่างทางกฎหมายและบทลงโทษเบาเกินไป ขณะนี้ถือเป็นปัญหาระดับชาติ ในฐานะผู้แทนประชาชน จะยื่นญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับข้อมูลและปรับปรุงกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ มีความกังวลว่า จากการปราบปรามในพื้นที่เกาะพะงัน อาจทำให้กลุ่มทุนนอมินีย้ายฐานมาถือครองที่ดินและทำธุรกิจอำพรางในจังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ และอำเภอเกาะลันตา ซึ่งกำลังมีการขยายตัวด้านการท่องเที่ยว จึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการย้ายฐานของกลุ่มทุนนอมินีมายังจังหวัดกระบี่ ด้านนายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาตัวแทนอำพรางยังมีช่องว่างทางกฎหมายและบทลงโทษเบาเกินไป ขณะนี้ถือเป็นปัญหาระดับชาติ ในฐานะผู้แทนประชาชน จะยื่นญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับข้อมูลและปรับปรุงกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ มีความกังวลว่า จากการปราบปรามในพื้นที่เกาะพะงัน อาจทำให้กลุ่มทุนนอมินีย้ายฐานมาถือครองที่ดินและทำธุรกิจอำพรางในจังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะพื้นที่เกาะลันตา ซึ่งกำลังมีการขยายตัวด้านการท่องเที่ยว จึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการย้ายฐานของกลุ่มทุนนอมินีมายังจังหวัดกระบี่ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูล ทั้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานประกันสังคมจังหวัด และสำนักงานจัดหางานจังหวัด โดยมีกองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดกระบี่ เป็นศูนย์กลางนำข้อมูลจากแต่ละหน่วยงานที่พบความผิดปกติไปสืบสวนหาผู้กระทำความผิด พร้อมกำชับให้นายอำเภอทุกพื้นที่โดยเฉพาะอำเภอเมืองกระบี่และอำเภอเกาะลันตา ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ รวมทั้งกำชับผู้ปฏิบัติให้มีความสุจริตและเคร่งครัดในการปฏิบัติตามระเบียบราชการ ไม่เลือกปฏิบัติ หากพบการทุจริตจะมีโทษสูงสุดตามกฎหมาย นอกจากนี้ให้สร้างการรับรู้และความเข้าใจกับผู้ประกอบการ สำนักงานบัญชี และสำนักงานกฎหมาย ว่าจะต้องไม่สมรู้ร่วมคิด และต้องเคารพกฎหมายของไทย เพื่อช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ในฐานะที่เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมติดตามสถานการณ์เรื่องนี้อย่างใกล้ชิด หากประชาชนหรือหน่วยงานพบความผิดปกติที่กระทบต่อความมั่นคง ขอให้รีบแจ้งจังหวัดหรือตำรวจเพื่อเข้าดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *