รอง.ผบ.ตร.รุดตรวจสอบคดี ที่ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก บุกช่วยบุคคลต่างด้าวชาวอินโดนีเซีย ถูกนำพาเข้ามาในประเทศเพื่อส่งต่อไปยังเมียนมา พบคนอินโดนีเซีย และคนจีน พยายามเปลี่ยนฐานงานในบ่อนและแสกมเม่อร์ในกัมพูชา ไปเมียนมา แต่คนอินโดนีเซียเปลี่ยนใจอยากให้นำพากลับบ้านมากกว่า พร้อมจับกุมและดำเนินคดีกับผู้นำพา

ช่วงค่ำวันนี้ พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก ในภารกิจช่วยเหลือชาวอินโดนิเซีย ที่ถูกกักขังรอการส่งตัวไปแก๊งคอลเซ็นเตอร์ประเทศเมียนมา …พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า หลังจากที่กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการ ประสานจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเชียประจำประเทศไทย ว่ามีบุคคลสัญชาติอินโดนีเชีย ถูกนำพามาจากประเทศกัมพูชา เพื่อส่งต่อไปยังประเทศเมียนมา ปัจจุบันถูกกักตัวอยู่บริเวณบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

โดยตำรวจชุดจับกุมได้ทำการปิดล้อม แล้วบุกเข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าวในช่วงค่อนแจ้งเช้ามืดวันนี้ พบคนอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว เป็นบุคคลสัญชาติอินโดนีเชีย จำนวน 3 คน (เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน), ชายสัญชาติจีน 1 คน และ ชายไทย 2 คน เป็นบุคคลที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย โดยมีคนไทย 2 คน ขับรถยนต์จำนวน 2 คัน นำพาบุคคลสัญชาติอินโดนีเซียและสัญชาติจีน หลบหนีจากช่องทางธรรมชาติ ประเทศกัมพูชาเพื่อเดินทางไปยังประเทศเมียนมา และนำมาพักครึ่งทางรอการมารับตัวไปยังเมียนมา ด้าน อ.แม่สอด

จากการสอบสวนทราบว่า คนจีน 1 คน เดินทางมาจากประเทศจีน บินตรงไปทำงานที่กัมพูชามานานแล้ว ทำหน้าที่ในบ่อน หลังจากบ่อนเริ่มซบเซาในช่วงนี้ จึงติดต่อกลุ่มเพื่อนเพื่อขอย้ายไปทำงานใหม่ที่ฝั่งเมียนมาแทน โดยออกมาจากบ่อนเขมร เข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ มีรถมารับ และเปลี่ยนรถหลายครั้ง ล่าสุดก็นำตัวมาพักอยู่ที่บ้านหลังนี้เพื่อรอรถมารับเพื่อส่งต่อไปทำงานในฝั่งเมียนมาแต่มาถูกจับเสียก่อน ส่วน คนอินโดนีเซีย 3 คน ก็เคยทำงานแสกมเม่อร์ในกัมพูชา และกำลังจะย้ายฐานไปทำงานต่อที่ เมียนมา ถูกส่งตัวผ่านตามช่องทางธรรมชาติ แล้วมีรถไปรับ และนำตัวมาพักบที่บ้านหลังดังกล่าว โดยนำมาพักรวมๆ กับคนชาติจีน แต่ ทั้ง 3 ค้องการจะกลับบ้านที่ประเทศอินโดนีเชียมากกว่า จึงขอความช่วยเหลือมายังสถานทูตดังกล่าว หลังจากนี้จะได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนจะดำเนินคดีฐานเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย แล้วผลักดันกลับประเทศต่อไป ส่วนการขยายผลจะต้องหาผู้ที่อำนวยความสะดวก ทั้งนำพา จับรถ หรือที่พัก แล้วจะดำเนินคดีในความผิดฐาน ข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทย โดยไม่ได้รับอนุญาต และ ให้ที่พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือคนต่างด้าวที่ ลักลอบเข้าเมืองหรืออยู่เมืองไทยโดยผิดกฎหมาย ต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *