ป.ป.ช.เปิดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ลงพื้นที่เฝ้าระวังการทุจริตที่จังหวัดลพบุรี

สำนักงาน ป.ป.ช.จัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 พร้อมกับนำสื่อมวลชนลงพื้นที่เฝ่าระวังการทุจริตตรวจการดำเนินการจัดซื้องเครื่องออกกำลังกายที่จังหวัดลพบุรี
นายสรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เป็นประธานในการเปิดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 21 – 22 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมเจ้ากงจีน โรงแรมลพบุรี อินน์ รีสอร์ท อำเภอเมืองลพบุรี โดยมีนายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้กล่าวให้การต้อนรับ นอกจากนี้ยังมี รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 1 ผู้แทนจากสำนักงาน สตง.ภาค 1 หน่วยงานราชการภายในจังหวัดลพบุรี ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมโครงการ สำหรับโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักงาน ป.ป.ช. เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนทั้งจากส่วนกลางและในพื้นที่ได้รับทราบถึงผลการดำเนินงานด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริต ของสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งจะเป็นผลดีทั้งในด้านการเสริมสร้างความเข้าใจในกระบวนการทำงานที่ถูกต้อง เพื่อที่จะได้นำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สู่สาธารณชนใต้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้มีการเสวนาในประเด็นมาตรการเฝ้าระวังการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ พร้อมกันนี้ได้นำสื่อมวลชนการลงพื้นที่พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการเฝ้าระวังในการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ กรณีการติดตั้งเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง (แสตนเลส) ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ในพื้นที่เทศบาลตำบลท่าศาลา องค์การบริหารส่วนตำบลงิ้วราย และองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์เก้าต้น ซึ่งมีการใช้งบประมาในการดำเนินการที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน สำหรับในการลงพื้นที่ในครั้งนี้ก็เพื่อให้เห็นว่าการดำเนินการตรวจตามเป้าหมายในความต้องการของประชาชนหรือไม่
จากนั้นได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ป.ป.ช..เราได้มีการางมาตรการป้องกันการทุจริตหรือเฝ้าระวังงบประมาณรายจ่ายในเชิงรุก ซึ่งเราจะสแกนทุกพื้นที่ที่มีการใช้จ่ายงบประมาณในวงเงินงบประมาณที่ค่อนข้างจะสูงดังนั้นเมื่อทางพื้นที่ ซึ่งทางลพบุรีตรวจพบว่ามีการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้วงเงินงบประมาณสูงมากตั้งแต่งบประมาณปี 64 จึงมีข้อสังเกตว่าการจัดซื้อเป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างด้วยว่าคุ้มค่าหรือไม่แล้วก็ในส่วนของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีการกระทำหรือส่อว่าจะมีกระทำความผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเป็นมาตรการในเชิงรุกเป็นเฝ้าระวังงบประมาณรายจ่ายของของประเทศ ซึ่งเราจะทำภาพรวมทั้งประเทศการลงพื้นที่ที่ลพบุรีเป็นมาตรการหนึ่งที่เราเฝ้าระวังงบประมาณที่มีโครงการหรือค่าใช้จ่ายที่มีวงเงินระดับสูงทั่วประเทศ พร้อมกับ สตง. กรมบัญชีกลางและหน่วยงานต่างๆ ที่เราเป็นพันธมิตรอยู่

สำหรับโครงการนี้มันเป็นงบประมาณปี 68 แล้วย้อนหลังไปปี 64 ความคุ้มค่าของการจัดซื้อจัดจ้างมันมีความคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหนเบื้องต้นเราก็ได้สอบถามผู้ที่รับผิดชอบไปบ้างแล้ว ซึ้งต้องวิเคราะห์กันอีกทีว่าเราควรจะเสนอมาตรการอย่างไรหรือควรดำเนินการอย่างไรที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือไม่หรือว่าเอาเงินไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นหรือไม่ ทั้งนี้เป็นเรื่องนโยบายทางบริหารของ อบจ.ลพบุรี ส่วนเกณฑ์ความคุ้มค่าที่เราใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดการประเมินนั้นทางกรมบัญชีกลางเป็นคนดู ซึ่งเป.ป.ช.ดูเรื่องของสถิติการใช้กับงบประมาณที่ลงไป.และการจัดซื้อจัดจ้างด้วยว่าสมยอมราคาหรือไม่หรือราคาเกินกว่าคลังหรือไม่ดังนั้นความคุ้มค่าจะประกอบกับเรื่องของกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง
จากการที่บริษัทเดียวที่เสนอราคามาติดๆ กันอาจจะต้องไปตั้งข้อสังเกตในสิ่งที่เราพบสุดท้ายแล้วถ้าไม่ได้ฝ่าฝืนกฎหมายอะไร ซึ่งก็อาจจะต้องมีมาตรการที่ ป.ป.ช.จะต้องออกไปยัง ครม. หรือว่าหน่วยงานของรัฐให้พึงระวังในเรื่องของการปฏิบัติงานตามกฎหมาย สำหรับตนเองคิดว่ามาตรการป้องกันเชิงรุกก็จะเป็นมาตรการหนึ่งที่จะทำให้หน่วยงานรัฐระมัดระวังว่าจะใช้จ่ายงบประมาณต้องคุ้มค่าและได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ก็จะเป็นมาตรการป้องกันอย่างหนึ่งที่จะทำให้งบประมาณในจ่ายแต่ละปีเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

