คูสุดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ โชว์กระรอกด่อนสัตว์ในตำนาน ณ จุดชมวิวหนองหา

คูสุดจุดเช็คอินแห่งใหม่ของจังหวัดสกลนคร ริมฝั่งทะเลสาบหนองหาร โชว์กะฮอกด่อน(กระรอกเผือก) สัตว์ในตำนานพญานาค ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพ
เมื่อกล่าวถึงแหล่งพักผ่อน
ออกกำลังกาย นั่งจิบกาแฟ ชม
วิวและชมธรรมชาติยามเช้าและเย็น สถานที่ร่มรื่นสวยงาม
สำหรับชาวเมืองสกลนคร ก็คง
ไม่พ้นสถานที่ยอดฮิต ที่เรียก
ว่า “คูสุด” ริมหนองหารด้าน
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ
ตัวเมือง อยู่ระหว่างสวนแม่และสวนลูก มีท่าเรือสำหรับนักท่องเที่ยวออกไปเที่ยวเกาะดอนสวรรค์ หรือชมนกที่เกาะอื่นๆที่มีกว่า 30 เกาะ มีท่าเรือสำหรับชาวประมง แต่สงสัยกันหรือไม่ว่าทำไมถึงต้องเรียกสถานที่แห่งนี้ว่าคูสุด วันนี้จึงชวนท่านตั้งคำถามและหาคำตอบให้กับที่มาของชื่อเรียก “คูสุด” แห่งนี้
นายโกมุท ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีนครสกลนคร กล่าวว่า คูสุดเมื่อก่อนอยู่ที่ถนนคูเมืองโบราณ ยื่นลงไปในหนองหาร แหล่งน้ำขนาดใหญ่เนืัอที่ กว่า 78,000 ไร่ประมาณ 1 กม.เศษ อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร ในอดีตเคยขุดเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นของเก่าหรือไม่ แต่ก็ไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเป็นคูเมืองพบแต่ลูกรังที่ทำเป็นถนนขึ้นมา ตนจึงพัฒนาจุดนี้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและที่ออกกำลังกายของชาวเมือง อีกส่วนหนึ่งก็ปลูกหญ้าทำถนนลาดยางเข้ามา มีห้องน้ำสะอาดไว้บริหารมีต้นไม้ยืนต้นและดอกไม้นานาพรรณสีสันสวยงาม ขณะนี้กำลังปรับภูมิทัศน์กำจัดผักตบชวาออกเพื่อความสวยงาม
ส่วนกะฮอกด่อน หรือกระรอกเผือกนั้น เท่าที่ทราบเป็นตำนานของกระรอกเมืองอุดรธานี หนองหานอุดรฯใช้ตัวสะกด น.หนู ส่วนหนองหารสกลฯ สะกดด้วย ร.เรือ เท่าที่อ่านและฟังประวัติหรือตำนานพญานาคของสกลฯจะเป็นฟานหรือเก้ง ส่วนกระรอกต้องอุดรฯ จริงๆแล้วทำเป็นจุดกลับรถ แต่มีพระอาจารย์ไปเห็นกระรอกตัวนี้จึงนำมาตั้งที่นี่เพื่อให้เป็นวงเวียนเพื่อกลับรถ บริเวณ ‘คูสุด’ แห่งนี้ เป็นจุดเช็กอินและจุดพักผ่อนหย่อนใจที่สมบูรณ์แบบ ทั้งเรื่องการปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม มีแสงสว่างพร้อมระบบความปลอดภัย เพื่อให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวมาทำกิจกรรม มาออกกำลังกาย หรือมาพักผ่อนได้อย่างมั่นใจ ปิดเวลา 3 ทุ่ม ที่แห่งนี้เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวไปอีกหลายแห่ง มีกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ ที่ช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพักอาศัยในจังหวัดสกลนครนานขึ้น เกิดการจับจ่ายใช้สอย และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้กับพ่อค้าแม่ค้าในชุมชนได้อย่างแท้จริง
สามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นได้มหาศาลเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามกระรอกด่อน ยังเป็นที่กังขาว่าเป็นตำนานของอุดรธานีหรือของสกลนคร ถือเป็นสัตว์ในตำนาน ที่ปรากฏในวรรณกรรมพื้นบ้านเรื่อง ผาแดงนางไอ่ ใครที่อยากทราบกระรอกเผือกมีตำนานอย่างไรไปหาอ่านได้ที่วรรณกรรมเรื่องท้าวผาแดงนางไอ่ตามโลกโซเชียล แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ การติดตั้งรูปปั้นกระรอกด่อนในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างสีสันและเพิ่มความน่าสนใจให้กับพื้นที่โดยรอบหนองหาร พร้อมทั้งเป็นจุดถ่ายภาพแลนด์มาร์กใหม่ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในและนอกพื้นที่
//////////////////// วัฒนะ แก้วก่า/สกลนคร 0819541528






